Month: กันยายน 2020

ล่าตัววินจักรยานยนต์เถื่อนเบอร์ 29

      เมื่อวันที่ 7 เดือนเมษายนปีพศ. 2563 เวลาประมาณ 17:00 นเจ้าหน้าที่ตำรวจเขตยานนาวาได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายป้าน้อยอายุ 56 ปีเปิดร้านขายของชำอยู่ถนนย่านสาทรได้ถูกคนร้ายทำทีเข้าไปซื้อของแล้วก็มีทรัพย์สินไปอีกทั้งเมื่อพยายามจับกุมตัวคนร้ายก็ทำให้ถูกคนร้ายลากไปกับถนนจนได้รับบาดเจ็บซึ่งเรื่องราวดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบปัญหาและกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายโดยตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่มีการติดตามถนนเอาไว้ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองได้มีการให้ข้อมูลกับทางผู้เสียหายว่าจะเร่งติดตามตัวคนร้ายดำเนินคดีให้ได้ภายใน 7 วัน

     สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวทางลูกชายของผู้เสียหายเองรวมถึงคำพูดไปหาเองก็ได้มีการให้ข้อมูลกับทางนักข่าวและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในวันเกิดเหตุนั้นมีผู้ชายรูปร่างผอมสูงและผิวดำสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์เบอร์ 29 แต่ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นวินมอเตอร์ไซค์ของเขตไหนเดินเข้ามาสั่งซื้อเบียร์ประมาณ 2 ลังโดยเบียร์ 1 ลังเป็นเบียร์แช่เย็นอีก 1 ลังเบียร์ไม่แช่เย็น

ซึ่งระหว่างนั้นทางวินมอเตอร์ไซค์ก็ทำทีพูดคุยโทรศัพท์อยู่กับคนอื่นและเมื่อทางบินได้มีการสั่งเบียร์ป้านายซึ่งเป็นแม่ค้าขายของอยู่ที่ร้านคนเดียวก็ได้หันไปหยิบขวดเบียร์ใส่ถุงระหว่างนั้นเมื่อหันกลับมาก็พบว่าลิ้นชักภายในร้านมีการถูกเปิดออกและเงินจำนวนหนึ่งหายไปป้านายซึ่งเป็นเจ้าของร้านจึงได้หันไปถามวินมอเตอร์ไซค์ว่าได้มีการเอาเงินในลิ้นชักไปหรือไม่

ซึ่งทางวินมอเตอร์ไซค์เองก็ได้มีการปฏิเสธแต่ถ้านายต้องการขอค้นตัวทางวินมอเตอร์ไซค์ไม่ยอมจึงมีการเกาะแขนวินมอเตอร์ไซค์เอาไว้แต่วินมอเตอร์ไซค์ก็ลากว่านายไปด้วยสตาร์ทรถไปทำให้ป้านายถูกลากไปตามท้องถนนจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งวินมอเตอร์ไซค์สามารถหนีไปได้ตามเป้าหมายที่เป็นเจ้าของร้านจึงได้มาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทรัพย์สินที่หายไปนั้นมีเงินประมาณ 6,000 บาทซึ่งปัญหาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าวินมอเตอร์ไซค์คนดังกล่าวมักจะเดินทางมาซื้อของที่ร้านค้าประจำ

ส่วนใหญ่ก็จะมีการซื้อบุหรี่แต่ก็ไม่เคยเห็นหน้าเพราะว่าจะใส่หมวกกันน็อคอยู่ตลอดเวลา  หลายคนมีการสงสัยว่าใดไม่สงสัยว่าวินมอเตอร์ไซค์ซื้อเบียร์ไปทำไมถึง 2 ลังทั้งทั้งที่เอารถมอเตอร์ไซค์มาเท่านั้นแต่ขนของไปได้อย่างไรนั้นไปไหนบอกว่าไม่ได้คิดสงสัยอะไรเพราะว่าคิดว่าอาจจะซื้อของไปให้ลูกค้าหรืออาจจะซื้อเบียร์ไปกินกับเพื่อนในเวรด้วยกันจึงไม่ได้เกิดความสงสัยและวินมอเตอร์ไซค์คนดังกล่าวก็มาซื้อของที่ร้านบ่อยยังไม่ได้คิดอะไรอันนี้ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้เพราะถือว่าเป็นคดีอุกอาจที่ก่อเหตุย่านที่มีคนถูกผ้าหนาแน่น 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  www.ufabet.com ยินดีให้บริการคะ เฮง เฮง นะคะ

ตามหาน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ

ตามหาน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบหายออกจากบ้าน พระกับหมอผีทำนายหากภายในเก้าโมงเช้าไม่พบเด็กตายแน่นอน

            ขณะนี้ได้มีการประกาศตัวตามหาเด็กหญิงชมพู่อายุเพียง 3 ขวบเท่านั้นซึ่งน้องหายตัวออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 เดือนพฤษภาคมปี  พ.ศ. 2563 ซึ่งครอบครัวของน้องชมพู่นั้นเป็นคนจังหวัดมุกดาหารซึ่งพ่อแม่ของเด็กนั้นยืนยันว่าเด็กหายออกจากบ้านทุกคนในหมู่บ้านพากันตามหาน้องชมพู่ตั้งแต่วันที่หายจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครพบตัวน้องซึ่งในแต่ละวันทุกคนจะออกตามหาน้องชมพู่

ตั้งแต่เช้าจนมืดค่ำเบื้องต้นพ่อแม่ของน้องชมพู่ได้พากันมาแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้วโดยมีทางผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้พาพ่อแม่มาแจ้งความลักษณะรูปพรรณสัณฐานของน้องชมพู่นั้นน้องจะมีลักษณะใบหน้ากลมผิวของน้องจะเป็นสีดำแดงซึ่งน้องมีส่วนสูงอยู่ที่ประมาณ 85 cm สำหรับบ้านของน้องนั้นเป็นบ้านที่ปลูกอยู่ท้ายหมู่บ้านซึ่งพื้นที่ของบ้านนั้นอยู่ติดกับสวนมันสำปะหลังและมีป่ายาง

ซึ่งหากเรามองรอบๆบริเวณบ้านของน้องชมพู่จะเห็นได้ว่ารอบตัวบ้านของน้องชมพู่นั้นเต็มไปด้วยป่าไม่ว่าจะเป็นป่ามันสําปะหลังหรือแม้แต่ปลายางก็ตามเป็นต้นไม้ที่ขึ้นรกและสูงชันมากซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันต่างก็พากันมาให้กำลังใจและช่วยกันออกตามหาน้องชมพู่ตั้งแต่วันที่ 11 เดือนพฤษภาคมแล้วและในขณะเดียวกันทั้งครอบครัวของน้องชมพู่นอกจากจะพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามหาน้องชมพู่แล้ว

ก็ยังได้มีการไปอัญเชิญพระสงฆ์รวมถึงหมอดูให้มาช่วยดูและทำพิธีเปิดป่าให้ซึ่งหลังจากที่พระสงฆ์ได้มีการทำพิธีด้วยการนั่งสมาธิก็กลับมาบอกกับพ่อแม่ของน้องชมพู่ว่าวิธีการเปิดป่าได้สำเร็จแล้วซึ่งให้ทุกคนออกตามหาน้องชมพู่อีกครั้งหนึ่งโดยมีการบอกกับพ่อแม่ของน้องชมพู่ด้วยว่าหากพ้นจากวันที่ 14 พฤษภาคมปีพศ 2563 หลังจาก 9:00 นไปแล้ว

ไม่พบตัวน้องชมพู่แสดงว่าน้องชมพู่ได้เสียชีวิตไปแล้วซึ่งคำทำนายนี้นอกจากจะเป็นทำนายของพระสงฆ์แล้วทางหมอดูเองก็ได้มีการทำนายเช่นเดียวกันกับพระสงฆ์ทำให้พ่อแม่ของน้องชมพู่ต่างรู้สึกกระวนกระวายใจและร้องไห้คร่ำครวญต้องการตัวน้องชมพู่กลับมาให้ได้เบื้องต้นจากการสำรวจพื้นที่รอบๆบริเวณบ้านของน้องชมพู่นั้นไม่มีบ่อน้ำจึงไม่สามารถที่จะเป็นไปได้ว่าน้องจมน้ําเสียชีวิตแต่ในรัศมี 10 เมตรรอบบ้านนั้นครอบครัวของน้องชมพู่ก็ได้มีการตรวจสอบไปหมดแล้วแต่ก็ไม่พบซึ่งตอนนี้ได้มีการขยายพื้นที่ออกไปอีกเป็น 500 เมตร กลับวันที่น้องชมพู่หายตัวไปนั้น

พ่อแม่ของน้องบอกว่าในวันดังกล่าวนั้นพ่อแม่ออกไปทำธุระปล่อยให้น้องชมพู่อยู่กับพี่สาวอายุ 13 ปีที่บ้านกันสองคนพี่น้องโดยพี่สาวของน้องชมพู่บอกว่าช่วงดังกล่าวนั้นพี่สาวได้นอนหลับไปและมาตื่นอีกทีช่วงประมาณ 9.00 นซึ่งก็ตามหาตัวน้องชมพู่ไม่เจอแล้วหลังจากนั้นเมื่อเห็นว่าน้องไม่อยู่ในบ้านพี่สาวก็ได้พยายามออกตามหาและแจ้งพ่อแม่ให้ช่วยกันออกตามหาแต่นัดตั้งแต่วันที่ 11 จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบน้องชมพู่เลย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

ออกมาเรียกร้องให้วัดและพระช่วยประชาชน

คุณพระ อดีตสมาชิกวุฒิสภานายเจิมศักดิ์  ปิ่นทอง ออกมาเรียกร้องให้วัดและพระช่วยประชาชนในช่วงโควิด-19 ระบาด 

         เมื่อวันที่ 20 เดือนเมษายนปีพ.ศ 2563    ได้มีอดีตสมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่งได้ออกมาเรียกร้องให้วัดและพระสงฆ์ได้นำเงินวัดออกมาบริจาคเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยมองว่าก่อนหน้านี้พี่จะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางไปทำบุญที่วัดและมีการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือทำนุบำรุงรักษาวัดและศาสนาเป็นจำนวนมากมีวัดใหญ่ๆวัดที่ได้รับเงินบริจาคไปหลายสิบล้านบาท

ก็มีดังนั้นอดีตสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งจึงได้ออกมาเรียกร้องให้พระสงฆ์และวัดวาอารามต่างๆที่มีเงินสะสมอยู่ในวัดนำเงินดังกล่าวครึ่งนึงออกมาบริจาคเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเจอวิกฤตโควิด-19แบบนี้โดยอดีตสมาชิกวุฒิสภาคนดังกล่าว  ชื่อว่านายเจิมศักดิ์  ปิ่นทอง  

ซึ่งเขาได้ออกมาเรียกร้องอยากจะให้พระสงฆ์นำเงินออมส่วนตัวมาช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้โดยเขามองว่าประชาชนก็เคยนำเงินส่วนตัวบริจาคให้พระสงฆ์เช่นเดียวกันเมื่อถึงยามคับขันที่ประชาชนเดือดร้อนพระสงฆ์ก็ควรจะช่วยเหลือประชาชนที่เคยบริจาคเงินให้กับตนเองด้วย ในเมื่อคราวนี้มีการเผยแพร่ออกไป   ก็ได้มีคนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับแนวความคิดของอดีตสมาชิกวุฒิสภาคนนี้กันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะพระมหาไพรวัลย์ซึ่งเป็นพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงมากอันดับต้นๆของประเทศไทยได้ออกมาพูดถึงแนวความคิดของนายเจิมศักดิ์  ปิ่นทอง  

การที่นายเจิมศักดิ์มีแนวความคิดอยากจะให้พระช่วยเหลือประชาชนนั้นตัวนายเจิมศักดิ์เองได้มีการช่วยเหลือประชาชนมากน้อยแค่ไหนแล้ว  และที่สำคัญนายเจิมศักดิ์ควรจะมองข่าวสารบ้านเมืองด้วยว่าพระทุกวัดตอนนี้ก็ช่วยเหลือประชาชนกันเป็นอย่างมากโดยจะเห็นได้ว่าจะมีข่าวออกมาว่าพระมีการตั้งโรงทานบริจาคอาหารให้คนมารับอาหารไปแจกฟรี  ซึ่งไม่ใช่แค่วันเดียวเท่านั้นที่ทำแบบนี้มีหลายวัดมากที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่มีการวิกฤตจากปัญหาไวรัสโควิด-19นี้แต่ในทางกลับกันพระมหาไพรวัลย์ก็ถามกลับไปที่อดีตสมาชิกวุฒิสภานายเจิมศักดิ์ว่าวัดได้มีการช่วยเหลือประชาชนแล้ว

แล้วโยมได้ช่วยเหลือประชาชนบ้างแล้วหรือยังเคยหันไปพูดคุยกับสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นเพื่อนร่วมอาชีพร่วมอุดมการณ์ของตนเองหรือไม่ว่าประชาชนได้เลือกพวกคุณมาเป็นผู้นำเพื่อคอยช่วยเหลือประชาชนในยามตกทุกข์ได้ยากพวกคุณได้เสียสละเงินเดือนของตนเองเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนกันบ้างหรือยังมีใครหรือยังที่เป็นพวกสว.  หรือสส. ที่ออกมาประกาศว่าจะสละเงินเดือนของตนเอง

แม้สักครึ่งหนึ่งก็ยังดีเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงเวลาที่กำลังวิกฤตแบบนี้อย่าลืมว่าเวลาที่ชาวบ้านทำบุญนั้นพระได้เงินซองทำบุญจากชาวบ้านแค่เพียงหลักพันบาทเท่านั้นแต่ในขณะที่พวกคุณเป็นผู้แทนราษฎรที่ชาวบ้านเลือกเข้าไปทำงานแทนนั้นคุณได้เงินเดือนเป็นหลักแสนดังนั้นจะคิดจะพูดอะไรควรพิจารณาให้ดีเสียก่อน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  SaGaming สมัครขั้นต่ำเท่าไหร่

ฉุนลูกโสโครก คว้ามีดแทง

พ่อเลี้ยงอารมณ์ร้อน ไม่พอใจลูกเลี้ยงเข้าห้องน้ำไม่กดชักโครก เอามีแทงลูกเลี้ยงบาดเจ็บ

           เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีนเมื่อมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขาได้มีการออกมาระบุถึงอาการบาดเจ็บสาหัสของเขาที่เกิดขึ้นว่าผู้ที่ทำร้ายเขานั่นก็คือพ่อเลี้ยงของเขานั่นเองซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการทำร้ายกันในครอบครัวโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผลต่อความรู้สึกของสถาบันครอบครัวเป็นอย่างมากโดยผู้บาดเจ็บวัย 36 ปีได้เล่าให้กับทางผู้สื่อข่าวฟังว่าตนเองมีพ่อเลี้ยงวัย 65 ปี

ซึ่งวันที่เกิดเหตุนั้นเกิดการทะเลาะกันเกิดขึ้นเนื่องจากว่าผู้บาดเจ็บเข้าห้องน้ำแล้วไม่ได้กดชักโครกพ่อเลี้ยงมาเห็นก็เกิดความไม่พอใจและมีการทะเลาะกันหลังจากที่มีการโต้เถียงกันไปมาปรากฏว่านอกจากจะไม่พอใจเรื่องที่ลูกเลี้ยงไม่กดชักโครกแล้วพ่อเลี้ยงยังลามไปด่าถึงภรรยาของตนเองซึ่งเป็นแม่ของลูกเลี้ยงโดยดูถูกภรรยาของตนเองต่างๆนานาเกี่ยวกับเรื่องของการมีชู้ซึ่งพ่อเลี้ยงวัย 65 ปียังกล่าวอีกว่าภรรยาของเขามีผู้ชายมากหน้าหลายตา

และคบชู้มากกว่า 20 คนซึ่งเมื่อลูกเลี้ยงได้ยินดังนั้นว่าพ่อเลี้ยงด่าว่าแม่ของตนเองก็รู้สึกไม่พอใจจึงได้มีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นโดยระหว่างที่มีการทะเลาะกันอยู่นั้นพ่อเลี้ยงของเขาไว้ 65 ปีก็วิ่งไปคว้ามีดซึ่งอยู่ในครัวแล้วแทงเข้าไปที่ลูกเลี้ยงทันทีโชคดีมากที่ใกล้ๆมือของลูกเองนั้นมีกาต้มน้ำวางอยู่เขาจึงได้เอามาต้มน้ำออกแต่ก็ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ดีซึ่งเขาได้ถูกมีดบาดที่บริเวณหูด้านขวามีแผลลึกยาวประมาณ 15 เซนติเมตร

และหลังจากที่มีเหตุทำร้ายร่างกายกันจบลงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถตามจับกุมตัวพ่อเลี้ยงวัย 65 ปีเอาไว้ได้เรียบร้อยแล้วซึ่งภรรยาของเขาเองซึ่งเป็นแม่ของชายวัย 36 ปีได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองนั้นอยู่กินกับสามีคนนี้มานาน 10 กว่าปีแล้วแต่ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาสามีของเธอก็ระแวงเธอมาตลอดไม่เคยไว้ใจเธอเลยคิดว่าเธอจะต้องแอบไปมีคนอื่นอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งทำให้จริงแล้วเธอไม่เคยมีใครและครั้งนี้เขาทำตัวแรงเกินไปที่ทำร้ายลูกของเธอจนได้รับบาดเจ็บ

         เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวนี้มีทั่วประเทศโดยเฉพาะยิ่งประเทศที่ผู้ชายคิดว่าตนเองเป็นใหญ่มากจะทำร้ายร่างกายทั้งลูกแล้วก็ภรรยาของตนเองซึ่งสำหรับประเทศไทยแล้วตอนนี้เรามีกฎหมายใหม่ออกมาเกี่ยวกับเรื่องของการทำร้ายร่างกายกันในครอบครัวโดยไม่สามารถทำได้หากมีความรุนแรงเกิดขึ้น

ไม่ว่าสามีจะทำการตบตีภรรยาหรือแม้แต่ภรรยาตบตีสามีหรือแม้แต่พ่อแม่ที่ตีลูกรุ่นแรงเกินกว่าเหตุเกินไปก็จะมีกฎหมายรองรับสามารถที่จะดำเนินคดีความเอาผิดได้

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

ผูกคอตายเซ่นพิษไวรัสโคโรน่า

สาวใหญ่เครียดผูกคอตายเซ่นพิษไวรัสโคโรน่า

           แม้จะไม่ใช่โรคฮิตที่นิยมกันอยู่ในขณะนี้แต่ประชาชนส่วนใหญ่ขณะนี้กลับมีปัญหาการผูกคอเสียชีวิตติดต่อกันในแต่ละวันเป็นจำนวนมากซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละคนนั้นมีลักษณะใกล้เคียงกันนั่นก็คือปัญหาการไม่ได้รับการเยียวยาจากทางรัฐบาลและไม่มีเงินใช้จ่ายทำให้หลายคนเกิดความเครียดและหาทางออกให้กับชีวิตตนเองไม่ได้จึงได้ตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วย

การแขวนคอตายหนึ่งในนั้นเป็นสาวใหญ่วัย 50 ปีเธอชื่อว่านางสาวนิธิวดีซึ่งเธอได้ตัดสินใจลาโลกนี้ไปด้วยการนำกางเกงมาแขวนตรงคือแล้วผูกคอเสียชีวิตโดยผู้ที่มาพบศพของเธอนั้นคือน้าสาวของเธอนั่นเองโดยน้าสาวของเธออายุ 70 ปีชื่อว่านางประไพได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาชันสูตรพลิกศพป้าหลานสาวของเธอนั้นปกติแล้วทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

ซึ่งมีการเปิดขายอาหารผัดไทยอยู่ในห้างแต่เมื่อสถานการณ์ไวรัสโรนาระบาดทำให้ห้างสรรพสินค้าต้องปิดกิจการชั่วคราวซึ่งระหว่างนี้หลานสาวเองก็ไม่มีงานทำจึงได้นำเงินเก็บที่มีอยู่มาเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละวันและวันนี้ก็มีการไปลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาไม่ว่าจะเป็นโครงการ 5,000 บาทไม่ทิ้งกัน

ซึ่งหลานสาวก็ไม่สามารถเข้าโครงการนี้ได้เพราะติดว่าเป็นพนักงานและมีประกันสังคมแต่เมื่อยื่นเรื่องไปที่ประกันสังคมเพื่อขอรับเงินเยียวยากับไม่ได้เนื่องจากว่าตั้งหัวหน้างานให้เหตุผลว่าไม่เข้าข่ายที่จะสามารถรับเงินได้ทำให้หลานสาวมีความเครียดเพราะว่าเงินที่นำออกมาใช้นั้นกำลังร่อยหรอลงทุกที ซึ่งนางประไพเชื่อว่าหลานสาวของตนเองนั้นค้นหาทางออกไม่ได้จึงได้ตัดสินใจคริสตัลในครั้งนี้

โดยผู้เสียชีวิตนั้นไม่มีสามีและไม่มีครอบครัวส่วนพ่อแม่ก็เสียชีวิตไปหมดแล้วมีแค่เพียงนางประไพที่เป็นน้าเท่านั้นที่มาคอยอยู่ดูแลเป็นเพื่อน   ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำศพตรวจสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่งซึ่งคาดว่าการฆ่าตัวตายพรุ่งนี้น่าจะเป็นการฆ่าตัวตายเองส่วนสาเหตุนั้นน่าจะเป็นปัญหาส่วนตัวซึ่งอาจจะเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน

             พิษของไวรัสโคโรน่าทำเศรษฐกิจของคนไทยตกต่ำหลายคนต้องออกมาเรียกร้องขอเงินช่วยเหลือเยียวยาหลายคนต้องออกมาขอรับบริจาคเงินและบริจาคอาหารตามข้างถนนอีกทั้งบางคนที่ไม่มีใครมาช่วยเหลือเยียวยาได้ก็ตัดสินใจที่จะจบชีวิตตนเองเป็นการหนีปัญหาซึ่งเหตุการณ์ฆ่าตัวตายในครั้งนี้ยังคงมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆถ้าหากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเศรษฐกิจในครั้งนี้ได้คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพราะปัญหาเศรษฐกิจจะยังมากขึ้นกว่าเดิมและยังคงมีต่อเนื่องไปเรื่อยๆแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  sa casino ฟรี300