Month: ตุลาคม 2020

นายอำเภอจังหวัดน่านชี้แจงยกปืนขึ้นฟ้าขู่ชาวบ้าน

       จากเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่คลิปอยู่ในขณะนี้เรื่องของการทะเลาะวิวาทกันระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่มีทั้งสารวัตรกำนันผู้ใหญ่บ้านรวมถึงในอำเภอที่เดินทางไปบ้านของชาวบ้านคนหนึ่งที่มีการจัดงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่โดยทั้งคู่ได้ปะทะคารมและมีเหตุทำร้ายร่างกายกันเนื่องจากว่าทางชาวบ้านเองก็ไม่ยอมที่จะหยุดการจัดงานเลี้ยงและไม่พอใจที่ทางในอำเภอมาสั่งให้หยุดจัดงาน

ซึ่งในคลิปจะเห็นว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งได้ทำร้ายสารวัตรกำนันด้วยการกระโดดถีบส่งผลให้ในอำเภอที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องยกปืนขึ้นเพื่อขู่ให้ประชาชนหยุดทะเลาะกันหลังจากที่กิ๊ฟนี้มีการเผยแพร่ออกไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดน่านก็ได้ออกมาประกาศจะมีการตรวจสอบการทำงานของนายอำเภอที่ถืออภิสิทธิ์ยกปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ชาวบ้านซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งส่วนชาวบ้านเองก็จะมีการส่งตรวจสอบเกี่ยวกับการกระทำที่มีการเข้าไปทำร้ายร่างกายของกลุ่มข้าราชการ

      หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ออกมาชี้แจงเรื่องของการตรวจสอบการทำงานของนายอำเภอนั้นนักข่าวก็ได้ลงไปสอบถามในอำเภอถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในอำเภอได้มีการชี้แจงว่าสาเหตุที่ต้องมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อต้องการที่จะหยุดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทเนื่องจากว่าตอนก่อนที่จะมีการถ่ายคลิปเป็นนั้นเหตุการณ์เกิดขึ้นมาจากที่วัดกำนันเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อขอร้องให้หยุดการจัดงาน

เนื่องจากพบว่ามีประชาชนเดินทางไปร่วมงานกันเป็นจำนวนมากและแต่ละคนก็ไม่ได้มีการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาโดยไม่มีใครที่จะใส่หน้ากากอนามัยหรือมีเจลล้างมือตามมาตรฐานที่มีการระบุเอาไว้เลยและที่สำคัญณตอนนี้ทางราชการเองก็มีการขอร้องประชาชนงดเว้นการจัดงานดังกล่าวดังนั้นทางสารวัตรกำนันจึงไปติดต่อบ้านหลังดังกล่าวก็ทำตามหน้าที่

แต่เนื่องจากว่าที่งานมีกลุ่มชาวบ้านซึ่งกำลังเมาสุราหนักๆจึงทำให้ไม่พอใจที่เห็นว่ามีข้าราชการเดินทางไปห้ามปรามไม่ให้มีการจัดงานจึงได้เกิดการทะเลาะกันขึ้นทางสารวัตรกำนันเห็นท่าไม่ดีจึงได้เดินทางไปที่รถเพื่อไปนำปืนตัวเองออกมาเอาไว้เพื่อป้องกันตัวแต่เกิดถูกชาวบ้านมีการแย่งปืนของสารวัตรกำนันไปรวมถึงมีชาวบ้าน

บางคนที่ตบหน้ากำนันจะทำร้ายสารวัตรกำนันทำให้ตนเองที่เป็นผู้บังคับบัญชาต้องช่วยเหลือลูกน้องของตนเองจึงได้ยกปืนขึ้นเพื่อหวังที่จะให้ชาวบ้านหยุดการกระทำที่รุนแรงลงเท่านั้นไม่ได้หวังจะทำร้ายร่างกายชาวบ้านแต่อย่างใด 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ีดฟิำะ

พ่อเลี้ยงทารุณลูกเลี้ยงวัย 7 ขวบกัดอวัยวะเพศแถมยังบีบคอจนตาย 

มีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดเกิดขึ้นโดยเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของสนราษฎร์บูรณะได้รับแจ้งความจากทางโรงพยาบาลว่ามีเด็กถูกส่งตัวเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลแต่ว่าเด็กเสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลและสภาพของเด็กนั้นมีร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกายรวมถึงถูกตัดอวัยวะเพศจนเกือบขาด

  เจ้าหน้าที่เดินทางไปยังโรงพยาบาลจึงได้สอบถามทางแม่ของเด็กที่นำพาเด็กมาส่งที่โรงพยาบาลพบว่าเด็กมีอาการตัวแข็งและลิ้นจุกปากซึ่งตนเองมาพบว่าลูกมีอาการดังกล่าวช่วงเวลาประมาณ 03:00 นรีบพาลูกมาส่งที่โรงพยาบาลโดยก่อนหน้านั้นตนเองได้ไปทำงานแล้วกลับมาถึงบ้านช่วงเวลา 2:00 นซึ่งตนเองสังเกตเห็นว่าปกติลูกมักจะตื่นขึ้นมาคุยด้วย

แต่ในวันนี้ลูกกลับนอนแน่นิ่งแล้วมาดูลูกใกล้ๆพบว่าลูกนอนลิ้นจุกปากตัวแข็งจึงพาลูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเมื่อคุณหมอแจ้งว่าลูกตายตั้งแต่ก่อนพามาโรงพยาบาลแล้วจึงค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่ทำร้ายลูกก็คือสามีใหม่ของตนเองนั่นเองซึ่งภายหลังจากที่ทางนายแพทย์ตรวจสอบพบว่าเด็กน้อยวัย 7 ขวบมีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายทั่วตัวมีทั้งรอยกัดและรอยช้ำลักษณะของการบีบคอจนเสียชีวิต

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวพ่อเลี้ยงคนดังกล่าวซึ่งต่อมาทราบชื่อว่าเป็นไงเบียร์อายุเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้นเลยได้เบียร์ยอมรับสารภาพว่าได้มีการทำร้ายเด็กชายคนดังกล่าวจริงเนื่องจากไม่พอใจที่เด็กชายคนดังกล่าวชอบใช้คำพูดที่ไม่สุภาพกับตนเองและต้องการตนเองมาโดยตลอดจนโมโหจึงได้มีการลงมือกัดและพลั้งมือทำร้ายด้วยการบีบคอเด็กเป็นถึงแก่ความตายหลังจากนั้นกลัวความผิดจึงได้นำเด็กไปนอนบนที่นอนแล้วนำผ้ามาห่มให้และรอจนแม่เหล็กกลับมาจึงทำให้แม่เด็กรู้เรื่องว่าลูกเสียชีวิต

ดังกล่าวซึ่งหลังจากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไปพ่อที่แท้จริงของเด็กก็ได้เดินทางเข้ามารับศพลูกเพื่อจะนำไปฌาปนกิจศพด้วยตนเองโดยพ่อของเด็กให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่ารู้สึกสงสารลูกมากที่ลูกต้องมาเจอแบบนี้ก่อนหน้านี้เคยพยายามจะพาลูกไปอยู่ด้วยแต่แม่เด็กไม่ยอมจึงทำให้ตนเองไม่สามารถที่จะพาลูกไปอยู่ด้วยได้

ถ้าหากลูกไปอยู่กับตนเองลูกก็คงไม่มาจบชีวิตแบบนี้ส่วนแม่ของเด็กนั้นบอกว่าคบกับพ่อเลี้ยงคนดังกล่าวมาประมาณ 1 ปีกว่าแล้วแต่ไม่เห็นว่าพ่อเลี้ยงจะมีพฤติกรรมทำร้ายเด็กเกิดเมื่อมาประมาณเดือนที่แล้วเห็นว่าร่องรอยบนตัวเด็กมีรอยโดนกัดแต่ถ้ามีใหม่ก็บอกว่าเป็นการเล่นกันกับลูก ซึ่งตนเองกำลังเก็บเงินเพื่อจะพาลูกย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแต่ก็มาพบว่าลูกเสียชีวิตซะก่อน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

ดาราพากันเจอดราม่า

ดาราพากันเจอดราม่า คนเตือนอย่าอวดอาหารการกินในช่วงนี้ เพราะคนเดือดร้อนและไม่มีเงินซื้อของกินมีเยอะ

          กำลังมีกระแสร้อนแรงมากมายในขณะนี้ในโลกโซเชียลที่มีการพูดถึงเหล่าดาราทั้งหลายที่มีการโพสต์ของกินของใช้ภายในบ้านซึ่งหลายคนก็มาเขียนทวงติงถึงเหล่าดาราที่มีการโพสต์ของกินบนโต๊ะอาหารว่าไม่ควรที่จะนำของกินมาโพสต์ให้คนอื่นเห็นเพราะตอนนี้บรรดาคนที่ติดตามเราดาราก็มีบางคนที่ได้รับความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากปัญหาการระบาดของไวรัส โควิด-19

ดังนั้นการนำมาโพสต์อวดเหมือนเป็นการซ้ำเติม FC ที่คอยติดตามดาราการต่อว่าดาราในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เพียงคนเดียวเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นอั้มพัชราภา   หรือว่าเนยโชติกา  ฉันก็เจอดราม่าคนโอนเข้ามาท้วงติงเรื่องของการโพสต์ภาพอาหารบนโต๊ะด้วยกันทั้งสิ้นซึ่งดาราทั้งหลายต่างก็ออกมาอธิบายถึงสาเหตุที่มีการโพสต์ภาพอาหารรวมถึงมีการสั่งอาหารมาเยอะแยะว่าอาหารที่สั่งมานั้นเป็นการสั่งมาจากร้านอาหารซึ่งร้านเหล่านั้นได้รับผลกระทบ ซึ่งการที่เราดารานำรูปภาพอาหารมาโพสต์ก็เพื่อเป็นการโปรโมทให้ร้านค้านั้นๆได้มีลูกค้าเข้าไปสั่งอาหาร

ซึ่งถือว่าเป็นการส่งเสริมร้านค้าให้สามารถขายอาหารได้ในช่วงที่กำลังมีการวิกฤตอยู่ในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นทางอั้มพัชราภาเองหรือแม้แต่เนยโชติกาเองต่างก็ออกมาชี้แจงเหตุผลของตนเองรวมถึงทั้ง 2 ท่านก็ยังมีการระบุว่าได้มีการทำบุญกับทางโรงพยาบาลหรือตามมูลนิธิต่างๆไปหลายที่แล้วเพียงแต่ว่าไม่ได้มีการมาออกโฆษณาว่าตนเองไปทำที่ไหนบ้างแต่ถ้าหากใครไม่เชื่อก็สามารถเอาสลิปให้ดูได้เช่นเดียวกัน

     อันที่จริงไม่ว่าเหล่าดาราจะช่วยเหลือชาวบ้านหรือไม่ก็ตามนั้นเป็นสิทธิ์ของดาราคนนั้นเราไม่สามารถไปบังคับเขาได้เพราะจริงๆแล้วเขาเองก็คือพลเมืองประชาชนคนหนึ่งในประเทศของเราเหมือนกันไม่ใช่ว่าเขาเป็นดาราแล้วจะต้องมาบังคับให้เขาต้องมาบริจาคหากเราต้องการบริจาคก็ควรจะเป็นความต้องการของคนๆนั้นเอง

ส่วนเรื่องของการโพสต์ภาพอาหารการกินหากไม่อยากเห็นก็แค่เพียงเลิกติดตามไม่ต้องเข้าไปดู Instagram หรือว่า Facebook ของดาราเหล่านั้นเท่านั้นเองซึ่งการที่หลายคนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์แล้วไปต่อว่าเหล่าดาราที่มีการโพสต์อาหารการกินต่างๆรวมถึงวิธีการที่ไม่มีการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือคนจนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเพราะคนที่มีการโพสต์ด่าหรือต่อว่าดารานั้น เหมือนกันกำลังอิจฉาเหล่าดารานั่นเอง 

 

 

สนับสนุนโดย  gclub ฟรีสปิน

ถูกรถ 6 ล้อพุ่งชนเสียชีวิต

หนุ่มชะตาขาดนอนอยู่ใต้ท้องรถพ่วง ถูกรถ 6 ล้อพุ่งชนเสียชีวิตลากร่างไกลถึง 15 เมตร

  หลายคนอาจจะเคยเห็นรถบรรทุกส่วนใหญ่ที่จอดอยู่ริมถนนเพราะจะมีการผูกเปลนอนอยู่ใต้ท้องรถซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เกิดขึ้นจากการที่มีผู้ชายคนหนึ่งจอดรถพักผ่อนอยู่ริมถนนแล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่เศร้าสลดขึ้นด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี มีรถบรรทุกพ่วงคันหนึ่งเป็นรถบรรทุกที่มีล้อจำนวนมากถึง 30 ล้อ   เขาได้จอดรถรออยู่ที่หน้าโรงงานแห่งหนึ่งเพื่อที่จะรอเอาเสาลงจากรถ

ซึ่งระหว่างที่เขารอที่จะเอาเสาลงจากรถของเขาน้ั้น เขาได้ผูกเปล นอนหลับรออยู่ใต้ท้องรถพ่วงของเขา แล้วจู่จู่มันก็มีรถเทเลอร์อีกคันขับมาชนรถของเขาทำให้ตัวของเขากระเด็นล่วงลงมาจากเปล แล้วเสียชีวิตข้างทาง สภาพเสียชีวิตคาเปล ซึ่งร่างกระเด็นออกมาจากรถบันทุกถึง 15 เมตรด้วยกัน สภาพศพมีกระดูดใบหน้าหักรูปร่างใบหน้าบิดเบี้ยว  ซึ่งคนที่ขับมาชนรถพ่วงเขาได้รับยอมรับกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เราขับรถบรรทุกมานั้นเขาเกิดวูบขึ้นมาส่งผลให้รถของเขาไปชนกับรถพ่วงที่จอดทิ้งไว้ทำให้ผู้ที่นอนอยู่ในเปลใต้ท้องรถกระเด็นตกลงมาเสียชีวิตทันที 

ซึ่งคนขับชื่อว่าคุณเอกสฤษ์ ส่วนคนตายชื่อว่าคุณธีระพัฒน์  ซึ่งเมื่อหกล้อชนเสร็จแล้วรถหกล้อก็คว่ำด้วยเช่นกัน  หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ทางผู้สื่อข่าวได้ลงไปสอบถามไปคุยกับ รปภ. ของโรงงาน โดย รปภ. คนดังกล่าวชื่อว่าคุณพัน  ซึ่งให้ข้อมูลว่าที่โรงงานมักจะมีรถพ่วงมาจอดอยู่ที่หน้าโรงงานเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะต้องเอาของมาลงโดยต้องรอคิวกันลงของ

ซึ่งคนขับรถพ่วงส่วนใหญ่มักจะได้นอน น้อยเวลาที่ต้องมาจอดรถรอส่งของเป็นเวลานานนานก็มักจะ จอดรถเอาไว้แล้วเอาเปลมาผูกนอนหลับรอกันทั้งนั้น ตอนที่เกิดเหตุทาง รปภ. ก็ได้ยินเสียง ยังคิดว่าเป็นการขับรถชนกันธรรมดาและไม่คิดว่าจะมีคนตายเกิดขึ้น  ซึ่งจากการสันนิฐานคิดว่า ตอนเกิดแรงปะทะของรถสายเปลที่ผูกไว้น่าจะขาด จึงทำให้คนตายตกลงมาจากเปลแล้วถูกรถหกล้อลากร่างออกไปอีก 15 เมตรทำให้เขาถึงแก่ความตาย โดยทาง รปภ. ก็ได้กล่าวว่าน่าจะเป็นผลมาจากบาปกรรมของแต่ละคนจึงทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

ก็อย่างที่เราทราบกันดีว่ารถพ่วงก็จอดรถอยู่ข้างถนนไม่ได้ไปเกะกะขวางทางรถคันอื่นบนถนนอยู่แล้วแต่ก็ยังมีอุบัติเหตุมีคนขับรถหลับในตรงจังหวะช่วงที่คุณธีรภัทรนอนหลับอยู่ตรงนั้นพอดีจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าแบบนี้เกิดขึ้นได้ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี