Month: ธันวาคม 2020

อารมณ์ร้อนเป็นเหตุ ทำสองพ่อลูกกอดคอกันนอนคุก 

                     ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เกิดเหตุการณ์ฆ่ากันตายขึ้น  โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลบางสวรรค์ซึ่งผู้ก่อเหตุกับผู้เสียชีวิตนั้นอยู่บ้านฝั่งตรงกันข้ามกันและเป็นบ้านที่เหมือนกับเป็นเครือญาติกันด้วยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการบันทึกภาพเอาไว้ได้จากกล้องวงจรปิดซึ่งได้มีการแชร์เหตุการณ์ที่ทะเลาะวิวาทกันลงในโลกออนไลน์โดยมีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 3 นาที

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่าลูกชายของบ้านที่ก่อเหตุได้ทะเลาะกับหลานชายของบ้านผู้เสียชีวิตซึ่งได้ทะเลาะกันตรงบริเวณริมถนนหน้าบ้านทั้งสองหลังพอดีเมื่อผู้เสียชีวิตเห็นดังนั้นจึงได้เข้าไปห้ามแต่บังเอิญว่าขนาดนั้นพ่อของอีกฝ่ายหนึ่งกลับมาบ้านและมาเห็นเหตุการณ์คิดว่าผู้เสียชีวิตกำลังทำร้ายลูกชายของตนเอง

จึงได้มาหาเรื่องและทะเลาะกันอีกรอบโดยมีเด็กชายวัย 14 ปีซึ่งเป็นลูกชายใช้มีดไล่แทงผู้เสียชีวิตและคนอื่นส่วนตัวของพ่อนั้นก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิตจนถึงแก่ความตายหลังจากนั้นทั้งตัวพ่อและลูกชายวัย 14 ปีรวมถึงภรรยาซึ่งยืนดูในจุดเกิดเหตุด้วยก็ได้พากันหลบหนีไปสุดท้ายก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด

           เบื้องต้นนั้นทางด้านญาติของผู้ก่อเหตุได้ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวว่าเกิดจากการที่คนเป็นพ่ออารมณ์ร้อนเนื่องจากเห็นว่าลูกตนเองถูกทำร้ายจึงเกิดอาการทนไม่ได้และมาตอบโต้และเผลอทั้งใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิตจนถึงแก่ความตายซึ่งในขณะนี้ทั้งครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อลูกชายวัย 14 ปีหรือว่าตัวแม่เองก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันมากในขณะที่ฝั่งของครอบครัวคนตายนั้นก็ได้พูดถึงเรื่องราวดังกล่าวว่าจริงๆเรื่องราวดังกล่าวเป็นเรื่องแค่เด็กทะเลาะกันเพียงเท่านั้นไม่น่าจะเกิดเรื่องจนถึงแก่ความตายกันได้เพราะที่จริงแล้วก็สามารถพูดคุยกันได้

เพราะตลอดมาก็ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งอะไรกันจะมีแค่เฉพาะเพลงเด็กๆเท่านั้นที่มักจะทะเลาะกันอย่างไรก็ตามภรรยาของผู้เสียชีวิตยืนยันว่าอยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาเรื่องผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุดมาทำให้ครอบครัวของเธอนั้นต้องสูญเสียเสาหลักของบ้านแม่เธอไม่ต้องการให้ผู้ก่อเหตุนั้นออกมาจากคุกและอาจจะมาทำร้ายคนอื่นได้อีกนั่นเอง

           สำหรับเรื่องราวครั้งนี้คนที่แย่ที่สุดก็คือผู้ปกครองของเด็กทั้งสองฝั่งเพราะเมื่อเด็กๆทะเลาะกันในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่กว่าควรจะหันมาปรึกษาหารือกันแทนที่จะทะเลาะกันร่วมกันกับเด็กๆต้องหาสาเหตุว่าเด็กทะเลาะกันเนื่องจากอะไรและหาทางแก้ไขปัญหาไม่ใช่ว่าจะหัวร้อนฉันไม่ฟังอะไรแล้วไปทำร้ายร่างกายคนอื่นซึ่งเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายครอบครัวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ให้นำเรื่องราวดังกล่าวไปปรับปรุงแก้ไขหากเห็นว่าตนเองนั้นเป็นคนอารมณ์ร้อนจะได้เอาเรื่องนี้มาใช้ยับยั้งไม่ให้ตัวเองนั้นก่อเหตุรุนแรงเพราะเมื่อขาดสติก็จะทำให้ทำอะไรโดยที่ไม่รู้ตัวและอาจจะทำให้มีคนตายรวมถึงมีคนติดคุกได้

 

สนับสนุนโดย    สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ขสบก. อนุญาติผู้โดยสารไม่ต้องสแกนแอ็ป

ขสบก. อนุญาติผู้โดยสารไม่ต้องสแกนแอ็ป ไทยชนะบนรถเมล์ได้แล้ว

       ปัจจุบันนี้ไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่ไหนเราก็จะเห็นตามสถานที่ต่างๆนั้นจะให้ประชาชนได้ทำการลงทะเบียนว่าได้เดินทางมาที่นี่เป็นการยืนยันสถานที่ในการเดินทางของเราและเมื่อเราออกจากสถานที่แห่งนั้นก็จะต้องมีการลงทะเบียนออกซึ่งการลงทะเบียนนี้ตามสถานที่ต่างๆจะทำได้ 2 แบบก็คือการที่ใครที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือเป็นแบบเครื่องสมาร์ทโฟนก็สามารถลงทะเบียนด้วยการเขียนชื่อนามสกุล

และเวลาเข้าไปใช้บริการสถานที่นั้นได้และเมื่อออกจากสถานที่นั้นๆก็ต้องมีการลงชื่อออกด้วยการเขียนชื่อนามสกุลและเวลาใหม่อีกครั้งหนึ่งแต่เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางความสะดวกให้กับประชาชนทางรัฐบาลจึงได้มีการทำแอพพลิเคชั่นขึ้นมาซึ่งจะมีการสแกนบาร์โค้ดแล้วจะสามารถในการใช้กินในการใช้บริการสถานที่นั้นๆได้เลย

และถ้าเราออกจากสถานที่นั้นๆแล้วก็สแกนบาร์โค้ดเช็คเอาท์ออกเพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องยุ่งยากในการเขียนชื่อนามสกุลด้วยปากกาอีกต่อไปแต่อย่างไรก็ตามหลายที่ที่ไปใช้บริการนั้นเกิดความยุ่งยากในเรื่องของการใช้งานอย่างเช่นรถเมล์ที่ทาง   ขสบก. นั้นได้มีการประกาศออกมาว่าจะต้องมีการสแกนบาร์โค้ดทุกครั้งที่มีการขึ้นรถเมล์และสแกนบาร์โค้ดเช็คเอาท์ทุกครั้งที่มีการลงรถเมล์

ซึ่งในขณะที่มีการให้ประชาชนที่ใช้บริการรถเมล์สแกนบาร์โค้ดนั้นก็เริ่มไหลออกมาเกี่ยวกับความไม่สะดวกในการสแกนบาร์โค้ดกันเป็นจำนวนมากโดยมองว่าถึงแม้ว่าทาง  ขสบก. จะมีการอำนวยความสะดวกในการนำแผ่นบาร์โค้ดมาไว้ตรงบริเวณเบาะด้านหลังของคนนั่งเพื่อให้มองเห็นและสามารถสแกนบาร์โค้ดได้ง่ายแต่อย่างไรก็ตามแต่คนบอกว่าการขึ้นรถเมล์แล้วยังต้องสแกนบาร์โค้ดนั้น

เป็นสิ่งที่ยุ่งยากและที่สำคัญประชาชนทุกคนไม่ได้ให้ความร่วมมือในการสแกนบาร์โค้ดบนรถเมล์ไปซักเท่าไหร่เนื่องจากว่าบางคนก็ลืมบางคนก็ไม่ได้มีโทรศัพท์มือถือที่เป็นแบบสมาร์ทโฟนที่จะสามารถสแกนบาร์โค้ดได้ดังนั้นเมื่อมีดราม่าออกมาค่อนข้างเยอะทางด้าน ขสบก. จึงได้นำเรื่องที่ประชาชนนั้นได้มีการร้องเรียน

และแนะนำเข้ามาไปทำการประชุมปรึกษาหารือกันซึ่งในที่สุดแล้วก็สามารถสรุปออกมาได้ว่าหากเป็นการขึ้นรถเมล์นั้นก็จะมีการอนุโลมไม่จำเป็นต้องมีการสแกนบาร์โค้ดก็ได้เพื่อความสะดวกกับการใช้บริการของประชาชนในการขึ้นรถเมล์เองเบื้องต้นนั้นในการขึ้นรถเมล์ทางผู้ให้บริการรถเมล์ในแต่ละสายนั้นก็จะมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อรถเมล์ก่อนที่จะออกมาให้บริการลูกค้าอยู่แล้ว

รวมถึงบนรถเมล์นั้นก็จะมีบริการติดตั้งเจลล้างมือเอาไว้ให้ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการตอนขึ้นรถเมล์ประชาชนแต่ละคนนั้นก็มีการสวมใส่หน้ากากอนามัยกันอยู่แล้วก็น่าจะเพียงพอต่อการดูแลการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสได้ในระดับหนึ่งนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet เว็บหลัก

วันเฉลิมกับการหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ

นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ (ต้าร์) อายุ 37 ปี เป็นผู้ใช้เฟสบุ๊ก “Wanchalearm Satsaksit” ทำงานเป็น NGO (Non Governmental Organizations ซึ่งก็คือองค์กรเอกชน) เขาเป็น NGO เกี่ยวกับองค์กรที่ดูแลเยาวชนที่มีเชื้อเอชไอวี และเป็นแอดมิน เจ้าของเพจ “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณ” เมื่อตอนเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี พ.ศ.2553

ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขามีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2557 หรือหลังจากที่มีการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติเรียกไปรายงานตัว แต่เขาได้ปฏิเสธการเข้ารายงานตัวตามคำสั่ง นั่นทำให้เขาโดนหมายจับในข้อหาฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

และยังมีหมายจับเกี่ยวกับคดีพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ เมื่อปีพ.ศ.2561 จากการโพสต์ข้อความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชนุภาพเมื่อปี พ.ศ.2558 

นายวันเฉลิมต้องลี้ภัยทางการเมืองไปอาศัยอยู่ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ได้มีการเปิดเผยข่าวว่านายวันเฉลิมได้ถูกกลุ่มคนพกอาวุธอุ้มหายไปจากหน้าคอนโดที่เขาพักอาศัยอยู่ เมื่อเวลาประมาณ 17.45 น. เนื่องจากขณะเกิดเหตุเขาได้โทรคุยกับใครบางคน

โดยเสียงสุดท้ายที่ปลายสายได้ยินก่อนสายของเขาจะตัดไป คือ เขาพูดว่าหายใจไม่ออก ปลายสายรีบโทรกลับไปแต่ก็ติดต่อเขาไม่ได้ จึงโทรไปหาเพื่อนของเขาให้ไปดูเขาที่คอนโด ถึงได้พบว่าเขาถูกอุ้มหายตัวไป และจากสาเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของการเปิดเผยข่าวที่ฮือฮาบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะทวิตเตอร์ที่มีอารขึ้นเทรนด์แฮชแท็กเป็นอันดับหนึ่ง

จากกระแสข่าวอันร้อนแรงของเขา ทำให้หลายคนวิจารณ์กันอย่างมากว่าการหายตัวไปของเขาจะเกี่ยวกับรัฐบาลหรือไม่ แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นความปลอดภัยของประชาชนจะอยู่ตรงไหน นี่จึงนำมาสู่การเรียกร้องความยุติธรรม ที่ไม่สมควรมีใครต้องถูกอุ้มหายตัวไปอีกแล้ว ในเมื่อคนเราต่างมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การที่เขาต้องลี้ภัยไปอาศัยอยู่ต่างแดนก็น่าจะเป็นการใช้ชีวิตที่ลำบากอย่างพอสมควรแล้ว

ต้องอยู่ต่างบ้าน อยู่ไกลจากครอบครัว ข่าวการหายตัวไปเขาทำให้เริ่มมีดารา นักแสดง ศิลปิน และประชาชนออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องหาความยุติธรรมให้แก่เขา รวมถึงความปลอดภัยให้แก่ประชาชนทุกคนด้วย เพราะหากมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีกประชาชนจะต้องอยู่อย่างหวาดระแวง โดยที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบอะไร มีเพียงประชาชนต้องรับผิดชอบกับชีวิต ความคิด คำพูดของตัวเองที่จะไม่ไปกระทบทั่งใครเข้า 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ดาวน์โหลด Gclub

แมวติดรถไปด้วย 

       เมื่อเรานั้นได้รับข่าวที่อยู่บนโซเชี่ยวกับคุณแม่ลูกอ่อนรายหนึ่งได้ไปทำธุระส่วนตัวแต่ว่าในระหว่างทางที่ขับรถมานั้นได้มีแต่คนที่ขับรถนั้นบีบแตรให้เรานั้นโดยที่เราก็นั่งขับรถไปว่าเรานั้นก็ไม่ได้ทำอะไร  ผิดแต่ว่าทำไมคนนั้นจะบีบแตรให้กันเป็นจำนวนพอสมควร   

แล้วคุณแม่นั้นก็ได้แวะเข้าปั้มน้ำน้ำมันเพื่อที่จะเติมน้ำมันรถ  ในระหว่างที่เรานั้นกำลังที่เติมน้ำมันนั้นเด็กปั้มนั้นก็ได้มาเคาะประตูบอกว่าแมวติดรถมาด้วย  ซึ่งเรานั้นก็นึกว่าแมวอะไร  เราไม่มีแมว  ก็เลยลงไปดู  แล้วเราก็เห็นภาพที่น้องแมวนั้นเกาะอยู่ที่ท้ายรถอย่างแน่น และเรานั้นก็ตกใจว่าแมวนั้นมาได้ไง  ซึ่งแมวนั้นก็เป็นแมวที่อยู่ข้างบ้านนั่นเองก็เลยวานให้เด็กปั้มนั้นช่วยหากระสอบเพื่อที่จะจับเอาแมวนั้นไปส่งที่บ้านให้เหมือนเดิม  

       ในขณะที่เรานั้นเติมน้ำมันอยู่น้องก็บอกว่าได้เห็นแมวอยู่ด้านหลังรถ  แต่คิดว่าเป็นตุ๊กกระตาก็เลยไม่สนใจ แต่ว่าแปลกใจที่ทำไมเหมือนจริงพอเรานั้นเข้าไปดูไกล้นั้นก็ส่งเสียงร้องจนทำให้เรานั้นรู้ว่าไม่ใช่ตุ๊กกระตาก็เลยมาบอกกับเจ้าของรถ  เพื่อที่จะได้เอาน้องแมวนั้นเข้าไปในรถ  แต่ว่าเจ้าของรถนั้นกลับบอกว่าไม่ใช่แมวเขาแต่ว่าเป็นแมวที่อยู่ข้างบ้านนั่นเองสงสัยนอนอยู่บนรถที่เรานั้นกำลังจะขับรถออกมาทำธุระนั่นเอง

    เจ้าของรถให้ผมนั้นหากระสอบเพื่อที่จะจับน้องแมวนั้นกลับไปส่งที่บ้านเหมือนเดิม ส่วนเจ้าของรถนั้นก็ได้บอกว่าในขณะที่เธอนั้นกำลังที่จะขับรถนั้นก็รู้สึกว่ามีคนนั้นบีบแตรใส่ซึ่งเรานั้นก็ขับไปและก็คิดว่าเรานั้นก็ไม่ได้ทำอะไรนี่น่า  แล้วทำไมถึงมีคนบีบแตรใส่เธอจนเธอนั้นมารู้ก็ตอนที่เข้ามาเพื่อที่จะเติมน้ำมันนี่แหล่ะว่าเป็นแมวที่อยู่ท้ายรถนั่นเอง  

   ในเหตุการณ์นี้คือเป็นการที่เรานั้นจะต้องระวังว่าเรานั้นเมื่อเรานั้นจะออกไปไหนนั้นเราก็ควรที่จะตรวจสอบว่าเรานั้นเตรียมออกไปไหนบ้าง  เพราะว่าการที่เรานั้นรู้ว่าเรานั้นต้องดูให้แน่ใจว่าการที่เรานั้นออกไปไหนก็ควรที่จะเช็คให้เรียบร้อยว่ามีอะไรติดอยู่หรือเปล่าดังนั้นการที่เรานั้นตรวจเช็คก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอย่างหนึ่งเพราะว่าจะได้ไม่ทำอะไรที่หลงลืม  และทำให้เรานั้นขับรถออกไปได้สบายใจ

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัครสมาชิก