Month: กุมภาพันธ์ 2021

เหตุการณ์น่าตกใจเด็กน้อยกินสตอเบอรี่แล้วเจอเข็มหมุด 

ที่ประเทศออสเตรเลียนั้นมีครอบครัวนึงที่ได้ทำการซื้อสตอเบอรี่กล่องนึงมาจากตลาดซึ่งหลังจากที่ซื้อสตอเบอรี่มาแล้วนั้นเธอนั้นก็ได้เอาให้ลูกสาวที่อายุประมาณ 6 ขวบกลิ่นระหว่างที่ลูกสาวของเธอเป็นอยู่นั้นตัวเธอเองก็กำลังเล่นมือถือจนเธออยู่ข้างๆลูกของเธอสักพักเธอก็ได้ยินเสียงลูกของเธอนั้นร้องด้วยเสียงที่ดูท่าทางเจ็บปวดได้ผ่านไปหาทางลูกสาวเธอด้วยความตกใจซึ่งเด็กสาวนั้นรีบขายสตอเบอรี่ออกมาจากปากในอาการที่มีเลือดอยู่เต็มปาก

โดยหลังจากนั้นคุณแม่ของเด็กสาววัย 6 ขวบก็ได้พบว่ามีเข็มหมดซึ่งถูกปากอยู่ข้างในแต่เนื่องจากลูกสาวไม่เห็นแล้วไม่กินเข้าไปเข็มหมุดจะได้แทงที่เหงือกของเด็กสาววัย 6 ขวบจะมีอาการเลือดไหลไม่หยุดจนถึงจะต้องถูกนำส่งโรงพยาบาลซึ่งเหตุการณ์นี้นั้นเกิดขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคมนี้เองซึ่งคุณแม่ของเธอนั้นได้รีบนำเธอนั้นไปส่งโรงพยาบาลทันที

คุณหมอนัดที่ทำการช่วยเย็บแผลให้กับเด็กน้อยแล้วซึ่งแม่ของเธอนั้นมีความกลัวเป็นอย่างมากว่าลูกสาวของเธอนั้นอาจจะตายได้จากการติดเชื้อจากเข็มหมุดซึ่งทั้งหมดนั้นดูเหมือนกับว่าจะมีสนิมเกาะอยู่นิดหน่อยซึ่งอันตรายต่อลูกเธอเป็นอย่างมากแต่คุณหมอนั้นได้บอกไปแล้วว่ามีโอกาสเพียงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่แผลติดเชื้อดังนั้นไม่ต้องห่วง

ซึ่งโชคดีที่ลูกชายซึ่งอายุประมาณแค่ 3 ขวบซึ่งมีชื่อว่าเดวิดนั้นยังไม่ได้เข้ามาเก็บสตอเบอรี่เข้ามากำลังจะเดินมาขอกินเท่านั้นและในช่วงเวลาที่กำลังจะขอกินที่ 3 ของเขาก็ได้เลือดไหลออกมาพอดีนั่นจึงทำให้เขานั้นไม่กล้ากินสตอเบอรี่ที่อยู่ในจานนั้น โชคดีมากที่ลูกชายของพวกเขานั้นได้ออกมาจากห้องช้าไปนิดหน่อยทำให้ลูกชายของพวกเขานั้นไม่ได้รับอาการบาดเจ็บ

เส้นทางร้านขายของนั้นก็ได้ออกมาขอโทษกับทางครอบครัวนานแล้วและสัญญาว่าจะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พร้อมกับสัญญาว่าลูกสาววัย 6 ขวบของเธอนั้นจะปลอดภัยอย่างแน่นอนซึ่ง สาวน้อยวัย 6 ขวบนั้นยืนยันว่าเธอนั้นจะยังคงกินสตอร์เบอรี่ต่อไปแต่เธอจะขอให้แม่ของเธอนั้นไม่ซื้อสตอเบอรี่จากร้านเดิมเนื่องจากกลัวว่าอาจจะมีสิ่งแปลกปลอมอื่นๆอยู่ในสตอเบอรี่ร้านแดงก็เป็นได้ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการกินสตอเบอรี่จากร้านนั้นแทน 

ทางครอบครัวนี้จะได้ออกเตือนคนทุกคนไว้ว่าก่อนที่จะเอาอาหารให้ลูกเรากินหรือให้ตัวเรากินเองนั้นควรจะตรวจเช็คให้ดีก่อนว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่หรือไม่

 

ขอบคุณผู็ให้การสนับสนุนโดย  gclub casinoทดลองเล่น

นักแสดงหนุ่ม แพน สุรเกียรติ เมาแล้วโชว์กร่าง ถูกศาลสั่งจำคุก นาน 3 เดือน 

            เมื่อวันที่ 8 เดือนกันยายนปีพุทธศักราช 2560 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุมีอุบัติเหตุรถชนกันตรงบริเวณใต้ทางด่วนวัดบัวขวัญซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรีโดยเวลาเกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาตอน 5:00 น และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่าคู่กรณีของรถทั้ง 2 คันนั้นกำลังยืนเถียงกันอยู่ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบสภาพรถพบว่ารถเก๋งทั้ง 2 คันนั้นมีการเฉี่ยวชน

และได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้นอย่างไรก็ตามเมื่อมีการสอบถามกับทางเจ้าของรถซึ่งเป็นรถที่ถูกชนชื่อว่านายจตุพรให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารถคู่กรณีนั้นขับมาด้วยความเร็ว ซึ่งเป็นจังหวะที่ทางด้านนายจตุพรกำลังจะเลี้ยวรถเข้าไปในร้านพอดี หลังจากที่มีการเฉี่ยวชนกันแล้วทางด้านคู่กรณีก็ไม่ยอมที่จะมาพูดคุยกันนั่งอยู่แต่ในรถและมีอาการเหมือนคนเมาทำให้นายจตุพลนั้น

ต้องมีการเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยตกลงเจรจากับทางคู่กรณีให้ซึ่งมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงทางด้านชายหนุ่มที่ขับรถเก๋งคู่กรณีก็ไม่ยอมลงจากรถไม่ว่าตำรวจจะเรียกให้มาคุยอย่างไรก็ตามอีกทั้งพอให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆในขณะที่อยู่ในรถนั้นชายคนดังกล่าวได้มีการพูดคุยโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาสุดท้ายก็ยื่นโทรศัพท์ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยบอกว่าจะให้คุยกับพ่อและเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจรับสายไปสายก็ระบุว่าตนเองนั้นเป็นนายทหารยศพันเอกซึ่งคนในสายต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือลูกชายไม่จำเป็นต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์และไม่ต้องให้ลูกชายไปโรงพักแถมยังข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่าหากไม่ทำตามที่ตนเองสั่งก็จะมีการสั่งย้ายในตำรวจทุกคนในโรงพักอย่างไรก็ตามแต่ระหว่างที่ยังมีการเจรจากันอยู่นั้นทางด้านคนขับรถเก๋งก็ไม่ยอมลงจากรถจนกระทั่งมีผู้หญิงคนนึงขับรถมาจอดด้านข้างรถเก๋งที่เกิดเหตุ

ซึ่งระบุว่าเป็นมารดาของชายที่นั่งอยู่ในรถเก๋งเมื่อมาถึงเธอก็ได้ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้มีการกับลูกชายของเธอตรวจวัดแอลกอฮอล์โดยระบุว่าลูกชายของเธอนั้นเป็นดาราไม่ต้องการให้เสื่อมเสียชื่อเสียงซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถทำแบบนั้นได้ทำให้แม่ลูกคู่นี้ระยะเวลาในการเขียนเจ้าหน้าที่ตำรวจนานเกือบ 4 ชั่วโมง

เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไรทั้งคู่ก็ไม่ยอมตรวจวัดแอลกอฮอล์และไม่ยอมเดินทางไปที่สถานีตำรวจในที่สุดทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องให้นักข่าวมาทำข่าวเมื่อแม่ของดาราหนุ่มเห็นนักข่าวก็ทำการต่อว่าตำรวจและนักข่าวอีกครั้งหนึ่งอย่างไรก็ตามแต่ในที่สุดทั้งสองคนก็สามารถเดินทางไปที่โรงพักได้

เนื่องจากว่าทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามฉุดกระชากดาราหนุ่มพร้อมทั้งใส่กุญแจมือและพาตัวไปโรงพักทันทีแล้วจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้มีการส่งเรื่องฟ้องศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วสุดท้ายศาลได้มีการสั่งตัดสินความผิดดาราหนุ่มที่มีการโชว์กลางเมาแล้วไม่ยอมตรวจวัดแอลกอฮอล์อีกทั้งยังก่อให้เกิดอุบัติเหตุโดยสั่งจำคุกทันทีมีผล 3 เดือนรอลงอาญาอีก 2 ปีและมีการเสียค่าปรับอีกหมื่นกว่าบาท

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าออนไลน์ เว็บไหนดี

เด็กชายในประเทศมาเลเซียหายตัวไปนาน 6 วันก่อนพบเป็นศพอยู่ในท้องจระเข้

       เป็นข่าวของประเทศมาเลเซียซึ่งสร้างความสะพรึงกลัวให้กับคนที่อ่านข่าวเป็นอย่างมากด้วยข่าวนั้นมีการระบุว่ามีเด็กชายอายุ 14 ปีคนหนึ่งได้ออกไปงมหางานแถวบริเวณริมแม่น้ำซึ่งการไปของเขานั้นเขาไปพร้อมกับญาติโดยมีป้าของเขาเดินทางไปด้วยและมีเพื่อนอีก 2 คนแต่ระหว่างที่พวกเขากำลังงมหอยกันอยู่ริมแม่น้ำนั้นปรากฏว่ามีจระเข้เข้ามาทำร้ายเด็กชายวัย 14 ปีกับป้าและกลุ่มเพื่อนๆของเขา

ซึ่งแต่ละคนนั้นต่างก็พากันหนีกระเจิดกระเจิงสุดท้ายแล้วมีเด็กชายวัย 14 ปีคนเดียวที่หายตัวไปทางด้านญาติพี่น้องของเด็กชายจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยออกตามหาโดยชาวบ้านและตำรวจพากันพยายามตามหานานถึง 6 วันแต่ก็ไม่พบซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลองนำไก่สดไปล่อเพื่อหวังให้จระเข้นั้นออกมาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเด็กชายอาจจะถูกเจ้าจระเข้ตัว

ดังกล่าวนั้นพาไปกินเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากที่เจ้าหน้าที่นำไก่สดไปล่อจระเข้ได้ไม่นานมันก็ออกมาทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพากันจับจระเข้ตัวดังกล่าวซึ่งจระเข้ตัวนั้นมีขนาดที่ใหญ่มากมีความยาวถึง 4.7 เมตรเลยทีเดียว และเมื่อเจ้าหน้าที่ผ่าท้องจระเข้ก็พบว่ามีเสื้อของเด็กชายอยู่ในท้องของจระเข้รวมทั้งมีเศษซากกระดูกแขนและขาอยู่ในท้องด้วยทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ

และญาติของเด็กชายจึงพากันเชื่อว่าเด็กชายน่าจะถูกจระเข้กินเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อ 6 วันก่อนซึ่งหลังจากที่ครอบครัวของเด็กชายได้เห็นสภาพส่วนโครงกระดูกที่เหลือของเด็กชายต่างก็พากันเศร้าโศกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

       สำหรับประเทศมาเลเซียนั้นเรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องของจระเข้ขนาดใหญ่ที่ออกอาละวาดขึ้นมาคาบคนไปกินอยู่บ่อยครั้งและนอกจากจระเข้แล้วก็ยังมีงูเหลือมขนาดใหญ่ที่มักจะออกมาหาอาหารกินด้วยการกินคนซึ่งเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นงูหรือจระเข้กินคนนั้นในประเทศมาเลเซียมักจะมีอยู่บ่อยครั้งและทุกครั้งที่มีการผ่าศพของงูหรือจระเข้ก็มักจะเห็นชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในนั้นซึ่งถือได้ว่าประเทศมาเลเซียนั้นมีงูและจระเข้ค่อนข้างเยอะมากเลยทีเดียวเพราะทุกครั้งที่มีข่าวคนหายแล้ว

จับได้ก็จะมีการฆ่าทั้งงูและจระเข้เพื่อผ่าท้องดูแต่ไม่ว่าจะฆ่าไปกี่ตัวก็ยังมีงูและจระเข้ยังคงออกมาทำร้ายผู้คนได้อีกดังนั้นผู้ปกครองของประเทศมาเลเซียควรจะมีการดูแลบุตรหลานให้ดีในการไปในที่เสี่ยงที่อาจจะต้องเจอสัตว์ทำร้ายเช่นไม่ควรจะให้ไปเล่นใกล้บริเวณริมแม่น้ำเพราะจะเจอจระเข้หรือไม่ควรจะให้เดินแถวที่มีป่าทึบเพราะอาจจะเจองูเหลือมนั่นเองก็จะเป็นการลดความเสี่ยงที่เด็กๆในปกครองของเราจะถูกสัตว์ร้ายทำลาย หรือเอาไปกินได้ 

 

 

สนับสนุนโดย    บาคาร่าออนไลน์ เว็บไหนดี

ทายาทเจ้าของ bossini เสียชีวิตหลังจากไปดูดไขมันที่เกาหลีใต้

        นับเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสียใจอย่างยิ่งกับการที่ทายาทเจ้าของแบรนด์ bossini  ได้เสียชีวิตลงโดยเธอเป็นทายาทเจ้าของธุรกิจแฟชั่น bossini ซึ่งเธอเป็นคนประเทศฮ่องกงได้เดินทางไปประเทศเกาหลีเพื่อไปทำการศัลยกรรมโดยเธอต้องการศัลยกรรมหน้าอกและทำการดูดไขมันกับสถาบันศัลยกรรมเสริมความงามแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลี

       แต่เธอต้องมาจบชีวิตลงเนื่องจากสาเหตุว่าทางด้านสถาบันเสริมความงามที่เธอไปทำการเสริมความงามนั้นได้นำแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของการเสริมความงามรวมถึงยังเป็นหมอเถื่อนที่ไม่ได้มีความรู้ความสามารถอะไรเลยมาทำการผ่าตัดให้กับเธอรวมถึงดูดไขมันให้กับเธอ  ทำให้ในที่สุดนั้นเธอก็เสียชีวิต

    โดยหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า  บอนนี่ เอวิต้า หลอ เธออายุเพียงแค่ 34 ปีเท่านั้นและขณะนี้เธอมีลูกวัย 7 ขวบที่รออยู่ที่ประเทศฮ่องกงแต่เธอก็ต้องจบชีวิตลงเพราะความมักง่ายของสถาบันเสริมความงามที่เธอไว้เนื้อเชื่อใจ

    โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับสามีและลูกของเธอเป็นอย่างมากเลยทีเดียว   ซึ่งหลังจากที่ข่าวของเธอเสียชีวิตนั้นสามีของเธอก็ได้ทำเรื่องขอฟ้องร้องสถาบันเสริมความงามดังกล่าวรวมถึงแพทย์ที่เข้าทำการผ่าตัดเธอด้วย

  เนื่องจากว่าทางด้านสถาบันเสริมความงามนั้นประมาทเลินเล่อให้คนไม่มีความสามารถมาทำการดูดไขมันให้กับภรรยาของเขาอีกทั้งยังเกิดความละโมบโลภมากที่ภรรยาของเขาจ่ายเงินไปแล้วในราคาเต็มแต่กับส่งคนที่ไม่มีความสามารถมาทำการดูดไขมันให้จนเป็นสาเหตุให้ภรรยาของเขาต้องเสียชีวิตนั่นเอง

         อะไรก็ตามหญิงสาวที่เสียชีวิตนี้นับว่าเป็นทายาทของผู้ประกอบธุรกิจสิ่งทอและเป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำซึ่งเธอนั้นร่ำรวยมหาศาลเลยทีเดียวโดยครอบครัวของเธอนั้นนับได้ว่าเป็นตระกูลที่มีการร่ำรวยที่สุดในเอเชียซึ่งธวัชอันดับความรวยแล้วครอบครัวของเธอนั้นร่ำรวยเป็นอันดับที่ 31 ของเอเชียเลยก็ว่าได้

          แล้วจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สามารถเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆคนที่รักสวยรักงามและต้องการไปดูดไขมันรวมถึงเสริมหน้าอก ซึ่งสามารถบอกได้เลยว่าถึงแม้ว่าจะไปยังประเทศที่ทำศัลยกรรมเก่งที่สุดในประเทศเกาหลีถ้าหากไปเจอสถาบันเสริมความงามที่ไม่ได้คุณภาพก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นก่อนที่จะไปทำการเสริมความงามควรมีการตรวจสอบสถาบันให้ดีว่ามีใบรับรองการเปิดสถาบันเสริมความงามหรือไม่และแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดให้กับเรานั้นมีใบรับรองการเป็นแพทย์จริงหรือไม่เพื่อความปลอดภัยของชีวิตของตัวเราเอง 

            

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    สมัครเอเย่นต์ ufabet