กีฬาว่ายน้ำถือเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในการชมและการแข่งขันอย่างมาก เพราะเป็นกีฬาที่สนุกสนานและมีการลุ้นตลอดทั้งเกมส์การแข่งขันและนักกีฬาว่ายน้ำส่วนใหญ่นั้นก็จะมีการดูแบรูปร่างของตัวเองอย่างเป็นพิเศษด้วย ทำให้เวลาชมนอกจากจะชมในฝีมือในการว่ายน้ำแล้วก็ยังสามารถชมเรือนรางของนักกีฬาว่ายน้ำไปเพลินๆได้อีกด้วยนั้นเอง นอกจากจะได้คามสนุกสนานในการรับดูรับชมยังได้ความเพลิดเพลินอีกด้วยนั่นเอง

กีว่ายน้ำถือว่าเป็นกีฬาขั้นพื้นฐานที่เด็กๆนั้นจะต้องมีการผ่านมาเพราะกีฬาว่ายน้ำนั้นถูกจัดอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนในวิชาพละด้วยนั่นเอง และว่ายน้ำนั้นถือเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กอย่างมากและเป็นสิ่งที่จะต้องเริ่มเรียนหรือฝึกตั้งแต่เด็กนั่นเอง

เพราะการว่ายน้ำนอกจะเป็นกีฬาที่สามารถช่วยในเรื่องความแข็งแรงแล้วนั้นยังเป็นกีฬาที่สามารถจะทำให้เด็กหรือเมื่อเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่แล้วนั้นสามารถใช้กีฬาว่ายน้ำในการป้องกันหรือช่วยเหลือผู้อื่นจากอุบัติเหตุทางน้ำได้นั่นเอง กีฬาว่ายน้ำจึงจัดเป็นกีฬาประเภทที่มีความสำคัญและเป็นกีฬาที่ยังคงได้รับการสนับสนุนที่ดีอยู่ตลอดมานั่นเอง 

โดยการแข่งขันว่ายน้ำนั้นจะมีทั้งการแข่งขันตั้งแต่ระดับเล็กๆไปจนถึงการแข่งขันระดับโลกเลยทีเดียว และกีฬาการแข่งขันว่ายน้ำนั้นยังได้รับความนิยมอย่างมากตลอดมาด้วย เพราะไม่ว่าจะมีการแข่งขันว่ายน้ำที่ไหนนั้นคนที่ชื่นชอบในการดูกีฬาว่ายน้ำนั้นก็จะเต็มรอบสนามแข่งในทุกๆทีเลยทีเดียว กีฬาว่ายน้ำก็ถือเป็นกีฬาที่ดีและมีอนาคตไกลมากเลยทีเดียว ถ้ามีการหมั่นฝึกฝนและฝึกซ้อมกีฬาว่ายน้ำนี้อยู่เสมอ

 เมื่อทุกคนทั้งเด็กผู้ปกครองหรือสถาบันการศึกษาได้เห็นถึงความสำคัญในกีฬาประเภทนี้นั้นทำให้กีฬาวายน้ำยิ่งที่กีฬาที่ได้รับความนิยมขึ้นไปอีกนั่นเอง และมีการเปิดหลักสูตรในการว่ายๆน้ำต่างๆ ซึ่งหลักสูตรการว่ายน้ำนั้นก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันนั่นเอง แต่ก็จะมีหลักสูตรพื้นฐานหรือการว่ายน้ำข้นพื้นฐานที่จำเป็นที่ทุกคนต้องเรียนรู้ก็อาจจะเหมือนหรือคล้ายกันในทุกสถาบันนั่นเอง

เมื่อกีฬาว่ายน้ำได้รับความสนใจทำให้เด็กที่สนใจในกีฬาว่ายน้ำนั้นได้ตั้งใจในการเรียนการสอนและบวกกับแรงสนับสนุนจากผู้ปกครองที่ดีที่อยากให้เด็กนั้นเรียนรู้และฝึกฝนทางด้านกีฬาว่ายน้ำ ทำให้กีฬาว่ายน้ำนั้นสามารถสร้างนักกีฬาว่ายน้ำระกับเยาวชนจำนวนมากและสามารถก้าวไกลได้ไปถึงการแข่งขันระดับโลกอีกด้วย และสำหรับผู้ที่เรียนกีฬาว่ายน้ำนั้นถึงแม้จะไม่สามารถต่อยอดไปถึงการเป็นนักกีฬาระดับโลกได้ แต่อย่างน้อยการเรียนกีฬาว่ายน้ำนั้นก็สามารถช่วยให้มีทักษะทางด้านกีฬาว่ายน้ำเพิ่มขึ้นนั่นเอง ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

หลังจากที่ เชลซี บรรลุข้อตกลงในการเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ ฮาคิม ซิเยค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราเลยขอทำตามกระแสด้วยการย้อนไปถึง 10 ยอดนักเตะที่เคยค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยมีดังต่อไปนี้

  1. จอร์จ เวอาห์

อดีตดาวเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์นั้นผ่านจุดพีคของตัวเองไปแล้วในขณะที่เขากลายเป็นผู้เล่นของเชลซีในปี 2000 แต่เขาแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของเขาในทันทีด้วยการยิงประตูได้ตั้งแต่นัดเดบิวต์ที่เฉือนเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 1-0 โดยสถิติ 3 ประตูจาก 15 นัดบ่งบอกได้ว่าทำไมเข้าถึงเข้าป้ายมาเป็นลำดับ 10

  1. เซเลสติน บาบายาโร่

บาบายาโร่ อาจอยู่ในอันดับที่สูงกว่านี้หากว่าเขาสามารถทำผลงานได้ตามศักยภาพของตัวเอง แต่เขาต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในยุคที่ต้องแข่งขันแบ็คซ้ายกับ แกรม เลอ โซซ์ แต่เขาก็ได้เล่นมากกว่า 100 นัดและเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ได้แชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ และ ซูเปอร์ คัพ ในปี 1998 และ เอฟเอ คัพ ในปี 2000

  1. ซามูเอล เอโต้

มูรินโญ่ ชื่นชอบ เอโต้ อย่างมาก และเขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจเมื่อยิงได้ 12 ประตูจากการลงสนาม 35 เกมในระหว่างที่ ‘เดอะ สเปเชี่ยล วัน’ คุมทีม เขายิงประตูสำคัญ ๆ ได้ทั้งการเจอกับ อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เช่นเดียวกับแฮตทริกที่เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 

  1. วิคเตอร์ โมเซส

โมเซส ดูเหมือนจะอนาคตกับ เชลซี ไปแล้ว หลังจากถูกส่งตัวไปเล่นให้กับทั้ง ลิเวอร์พูล, สโต๊ค ซิตี้ และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่เมื่อ อันโต คอนเต้ ตัดสินใจเปลี่ยนตำแหน่งเขาให้เป็นวิงแบ็คฝั่งขวา ดาวเตะทีมชาติไนจีเรียสามารถแจ้งเกิดได้สำเร็จจนก้าวไปเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก

  1. เฌเรมี่

เฌเรมี่ เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมทีม เขาสามารถเล่นได้เกือบทุกตำแหน่งไล่ตั้งแต่แบ็คขวายันปีกซ้าย อดีตผู้เล่นของ เรอัล มาดริด เป็นส่วนหนึ่งสำหรับทีมของมูรินโญ่ที่กำลังเฟื้องฟูในปี 2004-2006

  1. มาร์ค สเตน

ด้วยรูปร่างกะทัดรัด กองหน้าชาวแอฟริกาใต้ทำสถิติในพรีเมียร์ลีกให้กับเชลซีด้วยการทำประตูติดต่อกัน 7 เกมระหว่างซีซั่น 1993-94 เขามีความสำคัญในทีมเดอะบลูส์ที่รอดพ้นจากการตกชั้นในปีนั้น และต่อมาก้าวไปถึงรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ในรอบ 24 ปี 

  1. ซาโลมง กาลู

กองหน้าชาวไอวอรี่โควต์คงแฮปปี้ได้รออยู่ข้างสนามรอโอกาสต่อจากยอดดาวยิงอย่าง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา และ เฟร์นานโด ตอร์เรส แต่เขามักจะทุ่มเทเสมอ ผลงาน 60 ประตูจาก 200 นัด เป็นผลงานที่น่าประทับใจและ กาลู มีสถิติยิงจุดโทษที่ยอดเยี่ยมจนเราได้เห็นเขาอยู่ในการดวลจุดโทษทุกครั้ง

  1. จอห์น โอบี มิเกล

สไตล์การเล่นที่ไม่ซ้ำใครของเขาและสถิติการทำประตูได้เพียง 6 ลูกท่านั้นจากการลงสนามมากกว่า 370 นัด แต่เขาเข้ามาทดแทนการขาดหายไปของ โคล้ด มาเกเลเล่ ได้อย่างยอดเยี่ยมและเขาก็ได้มอบผลงานระดับมาสเตอร์พีซในเกมที่พบกับ บาเยิร์น มิวนิค ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อปี 2012

  1. มิคาเอล เอสเซียง

‘เดอะ ไบซัน’ เป็นหัวใจที่สำคัญสำหรับฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเชลซี เขาเป็นนักเตะชื่นชอบของมูรินโญ่ที่ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์แบบพ่อ-ลูก อาการบาดเจ็บหัวเข่าทำให้เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งอีกครั้ง แต่กว่า 250 นัดกับทีมทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ

  1. ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา 

ดร็อกบา คือหนึ่งในตำนานของเชลซีจากผลงานกว่า 100 ประตูในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะผลงานอันน่าจดจำกับ บาเยิร์น ในปี 2012 นั่นยังไม่ได้พูดถึงประตูที่เขาทำได้ในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ปี 2007, 2009, 2010 และ 2012 อีกด้วยนะ เขาย้ายกลับมาเล่นให้สโมสรแล้วคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยที่ 4 ได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

ประวัติกีฬาเซปักตะกร้อ และความเป็นมา

การแข่งขันตะกร้อตะกร้อเป็นการละเล่นของไทยมาแต่โบราณ แต่ไม่มีหลักฐานแน่นอนว่ามีมาตั้งแต่สมันใดแต่คาดว่าราวๆต้นกรุงรัตนโกสินทร์ประเทศอื่นที่ใกล้เคียงมีการเล่นตะกร้อคนเล่นไม่จำกัดจำนวนเล่นเป็นหมู่หรือเดียวก็ได้ใช่หวายถักเป็นลูกตะกร้อปัจจุบันนิยมใช้ลูกตะกร้อพลาสติก

การเตะตะกร้อเป็นการเล่นที่ผู้เล่นได้ออกำลังกายทุกสัดส่วนฝึกความว่องไวความสังเกตมีไหวพริบทำให้มีบุคลิกภาพดีมีความสง่างามและการเล่นตะกร้อนั้นเป็นการนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง ในการค้นคว้าหาหลักฐานเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดการกีฬาตะกร้อในอดีตนั้นยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้อย่างชัดเจนว่ากีฬาตะกร้านั้นกำเนิดจากที่ใด จากการสันนิษฐานคงได้หลายเหตุผลดังนี้ 

ประวัติกีฬาตะกร้อในประเทศไทย

เรามีกฎหมายและวิธีการลงโทษผู้กระทำความผิดโดยการนำเอานักโทษใส่ลงไปในสิ่งกลมๆที่สานด้วยหวายให้ช้างนั้นเตะแต่สิ่งที่ช่วยในการสนับสนุนประวัติตะกร้อได้ดีคือในพระราชนิพนธ์เรื่องอเหนาของรัชกาลที่ 2 ในเร่องบางตอนที่กล่าวถึงตะกร้อและที่ระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ซึ่งเขียนเรื่องรามเกียรติ์ก็มีภาพการเล่นตะกร้อแสดงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้ โดยภูมิศาสตร์ของไทยเองก็ส่งเสริมสนับสนุนให้เราได้ทราบประวัติของตะกร้อคือประเทศของเรานั้นอุดมไปด้วยไม้ไผ่ หวายคือคนไทยนั้นนิยมเอาหวายนั้นมานิยมนำมาสารด้วยไม้ไผ่หรือว่าสิ่งของเครื่องใช้รวมไปถึงการเล่นพื้นบ้านด้วยอีกทั้งกีฬาตะกร้อในประเทศไทยก็มีหลายประเภท  อย่างเช่น ตะกร้อห่วง ตะกร้อวง และตะกร้อชิงธงและก็มีการแสดงตะกร้อต่างซึ่งการเล่นตะกร้อของประเทศอื่นนั้นไม่เล่นเหมือแบบของไทยเรา

เพราะว่าไทยเรานั้นมีการเล่นในรูปแบบหลายรูปแบบซึ่งการเล่นตะกร้อนั้นมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องมาตามลำดับทั้งด้านรูปแบบและวัตถุดิบในการทำจากสมัยแรกเป็นผ้า หนังสัตว์ หวาย จนมาถึงประเภทสังเคราะห์พลาสติก ความหมายของตะกร้อนั้นคือลูกกลมสานด้วยหวายเป็นตาสำหรับพลาสติก 

วิวัฒนาการการเล่นกีฬาตะกร้อ 

การเล่นตะกร้อได้มีวิฒนาการในการเล่นมาอย่างต่อเนื่องในสมัยแรกๆก็เป็นเพียงการช่วยกันเตะลูกไม่ให้ตกลงพื้นต่อมามีการชำนาญและหลีกหนีความจำเจก็คงมีการเล่นแบบว่าเอาศรีษะ เข่า  ศอก ไหล่ มีการจัดเพิ่มท่าให้ยากและสวยงามขึ้นตามลำดับ จากนั้นก็ตกลงกติกาการเล่นโดยเอื้ออำนวยต่อผู้เล่นเป็นส่วนรวม อาจแตกต่างไปตามสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่แต่คงมีความใกล้เคียงกันมากพอสมควร ตะกร้อนั้นมีหลายประเภท เช่น ตะกร้อข้ามตาข่าย  ตะกร้อลอดบ่วง ตะกร้อพลิกแพลงเป็นต้น  

 

ขอขอบคุณเรื่องราวจาก วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

คล็อปป์เผยความจริงของเกอิต้า จะลงสนามเจอกับเอฟเวอร์ตันหรือไม่

นาบี เกอิต้า มิดฟิลด์ลิเวอร์พูล

ได้รับบาดเจ็บตอนที่อบอุ่นร่างกายในช่วงก่อนเกมเชฟฯ ยูไนเต็ด โดยล่าสุดคล็อปป์ได้ออกมาบอกแล้วว่า เกอิต้าจะหายไม่ทันไปเล่นในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 กับ เอฟเวอร์ตันแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเขาจะต้องพักนานแค่ไหน

โดยในนัดที่ลิเวอร์พูล เปิดรังเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา เขาเกิดบาดเจ็บตรงโคนขาหนีบ ทำให้เขาไม่สามารถลงเล่นได้ และสุดท้าย เจมส์ มิลเนอร์ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแทน

กุนซือลิเวอร์พูลเผยว่า

ผมเองไม่รู้ว่าเขาจะเจ็บหนักขนาดไหน แต่ว่าเขาเกิดการบาดเจ็บตรงโคนขาหนีบ แต่ว่าเขาไม่สามารถลงเล่นในนัดที่พบเอฟเวอร์ตันได้แน่นอน ถึงแม้ว่าจะมีนักเตะที่มีประสบการณ์มากและน้อยปนๆกัน ผมก็มองว่ามันไม่ได้มีผลดีกับเกมเท่าไร แต่มันก็ต้องลงไปเล่นอยู่ดี มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว และผมเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมคิดว่าเกอิต้าบาดเจ็บในช่วงอบอุ่นร่างกายแน่ๆ

เพราะว่าเขาเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวแบบกะโผลกกะเผลก และแน่นอนเรื่องอาการบาดเจ็บของนักกีฬานั้นมันไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะมันทำให้ต้องพักฟื้นและอดเล่นเป็นตัวจริงในสนาม เพราะการที่คุณบาดเจ็บก็ทำให้เสียโอกาสหลายอย่างไปมากเหมือนกัน อย่างเกอิต้านี่ผมไม่รู้ว่าเขาบาดเจ็บเยอะหรือมากน้อยอย่างไร และไม่รู้ว่าต้องพักฟื้นนานหรือเปล่า แต่ต้องบอกเลยว่าเขาไม่สามารถลงเล่นเกมในวันอาทิตย์นี้ได้แน่นอน

ใครเป็นแฟนคลับเกอิต้าก็ขอให้คุณให้กำลังใจเขาด้วย ให้เขากลับมาลงสนามได้ไวๆ จะได้เล่นให้กับทีมและนำพาทีมไปชนะได้  เพราะการที่ได้ลงเป็นตัวจริงแสดงว่าเขาเองก็มีดีอยู่เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะเป็นตัวจริงได้อย่างไรล่ะจริงไหม ขอให้หายเร็วๆแล้วกัน เพื่อทีมหงส์แดงนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม คิดว่าทีมนี้คงจะนำเป็นจ่าฝูงอีกนาน เพราะเขามีฟอร์มการเล่นที่ดีอยู่แล้ว

 

สนับสนุนข่าวกีฬาโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

วันนี้ขอนำทุกท่านพบกับ  4 อันดับนักฟุตบอลที่อดีตเคยสร้างชื่อเสียงไว้โด่งดัง แต่ปัจจุบันใกล้จะพังแล้ว  ซึ่งจะมีใครกันบ้างนั้น จะมีนักเตะที่คุณชื่นชอบหรือเปล่า เชิญติดตามรับชมพร้อม ๆกันเลยครับ  

  1. มาริโอ เกิตเซ่

อันดับแรกนี้ถือเป็นหนึ่งในนักเตะในดวงใจของแฟนบอลหลายล้านคน  ซึ่งมาริโอ เกิตเซ่เองก็เคยมีช่วงเวลาที่พีคสุด ๆกับทีมสังกัดมาแล้วมากมาย  โดยเฉพาะกับการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก World Cup เมื่อปี 2014   

และแม้จะฝีเท้าดี แค่ไหน แต่อย่างไรเขาก็ยังไปได้ไม่สุด เพราะปัญหาใหญ่ของเกิตเซ่ คือ อาการบาดเจ็บที่ตามรบกวนอย่างหนักหน่วง  ประกอบกับตอนที่ย้ายไปเล่นให้บาเยิร์น มิวนิค ก็ไม่ได้เล่นตำแหน่งกองกลางตัวรุกอย่างที่ตัวเองถนัด ตอนเมื่อกลับต้นสังกัดเดิมที่ดอทมุนท์ ก็ยังคงเป็นเช่นเดิมอีกต่างหาก หนำซ้ำฟอร์มการเล่นก็ดรอปลง หากเป็นแบบนี้ต่อไปอาจต้องยอมปิดฉากการค้าแข้งลงก็เป็นได้   

 

  1. ดาเนียล  สเตอร์ริดจ์

ดาเนียล สเตอร์ริจ นักเตะกองหน้ากับท่าเต้นสุดกวนอันเป็นเอกลักษณ์  ในสมัยที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสรลิเวอร์พูล เพียงแค่นัดแรกที่ลงสู่สนามก็สามารถปราชัยคู่แข่ง ด้วยการจบสกอร์ไปได้อย่างเด็ดขาด แถมเป็นกำลังหลักของทีม คอยแอสซิสต์ และเป็นจอมสังหารที่สามารถพาลิเวอร์พูลไปอยู่บนสุดของตารางอันดับได้แบบสบาย ๆ   

แต่พอช่วงปลาย ๆฤดูกาลที่ 2 ร่างกายของเขาไม่อาจปฏิเสธกับอาการบาดเจ็บที่เกิดกับตัวเองแทบจะทุกนัดได้เลย ซึ่งจากที่เคยทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้ประตู  ก็ต้องมาพักฟื้นแบบที่เรียกได้ว่า ไม่มีกำหนดการอยู่อย่างนั้นมาเรื่อย ๆ จนมาบวกกับตอนที่ซาล่าได้มาเสริมทีมด้วยแล้ว เขาก็คงทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับความจริงจากการตัดสินใจของ  เจอร์เก้น คล็อปป์ 

 

  1. แจ็ค วิลเชียร์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เส้นทางอาชีพวิลเชียร์สมัยที่อยู่กับปืนใหญ่แรก ๆ ทักษะของเขาสามารถความฮือฮาให้กับแฟนบอลได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการเป็นนักเตะที่น้อยที่สุดของประวัติศาสตร์สโมสรอาร์เซน่อล 

แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมาโชคร้าย จากการพักฟื้นรักษาตัวข้อเท้าทั้งซ้ายและขวา ที่ไม่มีทีท่าว่าจะหายสักที  พอหายดีก็มีปัญหาที่ส่วนอื่นตามมาอีก ไม่ว่าจะ หัวเข่า หรือ กล้ามเนื้อ แจ็ควิลเชียร์ แน่นอนครับ เจ็บหนักขนาดนี้ จึงทำให้ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่น จนหลังจากหมดสัญญากับอาร์เซนอล แจ็ก วิลเชียร์ ต้องมากลับกลายเป็นนักเตะค่าตัวฟรีให้กับทีมเล็ก ๆอย่างสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปโดยปริยาย 

  1. อเล็กซานเดร ปาโต้

ต้องยอมรับตลอดช่วงเวลาที่นักเตะแซมบ้ารายนี้อายุราว ๆ  18 – 24 ปี เขาสามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่ประจักษ์ทั้งในสโมสร และทีมชาติ พร้อมทั้งเป็นที่หมายตาของหลาย ๆสโมสรยักษ์ใหญ่  

แต่ก็ต้องเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับแฟนบอลและเจ้าตัว  อเล็กซานเดร ปาโต้ ถูกอาการบาดเจ็บรังควานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เขาแทบไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมเลยในฤดูกาล 2011 – 2012  คราวที่ได้ลงก็ไม่สามารถช่วยโชว์ฟอร์มโหดได้เหมือนเก่า นานวันเข้าก็ยิ่งเริ่มถดถอย สุดท้ายแฟนบอลหมดศรัทธา สุปาโต้ก็ได้อำลาทีมแจ้งเกิดไปในที่สุด  

 

สนับสนนโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

ตำนานยังมีชีวิตอย่าง มิเกล อาร์เตต้า

หลังจากบอกลาจากตำแหน่งมือขวาของกุนซืออย่าง เป็ป กวาร์ดิโอล่า ของ แมนเชสเตอร์ซิตี้ เป็นทางการแล้วพร้อมกับการกลับมายังถิ่นเก่าที่เคยค้าแข้งอย่าง อารืเซน่อล ในฐานะของกุนซือ ด้วยค่าจ้าง 5 ล้านปอนด์ต่อปีสัญญานาน 3 ปี ครึ่ง

 

หลังจากที่ อาร์เซน่อล ปลดกุนซือคนเก่าอย่าง อุไน เอเมนี่ และให้กุนซือขัดตาทัพอย่าง เฟรเดอริก ลุมเบิร์ก เข้ามาคุมทีมเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ล่าสุดไอ้ปืนใหญ่ ได้กุนซือคนใหม่ที่เป็นเด็กเก่าของทีมปืนใหญ่ก็คือ  มิเกล อาร์เตต้า ที่หลังจากแขวนสตั๊ดก็ไปเป็นผู้ช่วยให้กับ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ของ แมนฯซิตี้ อยู่พักใหญ่และยังมีส่วนพาทีมคว้าแชมป์ต่างๆอีกมากมาย ล่าสุดก็มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยนัดที่จะพบกับ เอฟเวอร์ตัน ก็ยังจะเป็น ลุมเบิร์ก ยังคงคุมทีมอยู่

 

ปัจจุบันกุนซือวัย 37 ปี อย่าง มิเกล อาร์เตต้า เคยเล่นให้กับ อาร์เซน่อล ในช่วงปี 2011-2016 รวมการลงเล่นทุกรายการ 149 นัด และได้แขวนสตั๊ดและไปเป็นสตาฟโค้ชให้กับ แมนเชสเตอร์ซิตี้ และก็สร้างเสียงชื่อชมจากทั้งแฟนบอลและทีมผู้บริหารรวมไปถึงกุนซือของทีมอย่าง เป็ป กวาร์ดิโอล่า จนทุกคนคาดการกันว่าถ้าจะมีกุนซือคนใหม่ของทีม ก็น่าจะเป็น อาร์เตต้า เนี่ยหล่ะที่เหมาะสมที่สุด แต่ผลจากการที่ อาร์เตต้า ยังเหลือสัญญากับ ซิตี้ อยู่นั้นทำให้ อาร์เซน่อล ต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับทางซิตี้ เป็นเงิน 2 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 190 ล้านบาท เพื่อเอาตัวเขามาคุมทีม และก็ยังต้องจ่ายค่าสัญญาจ้างให้กับ อาร์เตต้า อีกปีล่ะ 5 ล้านปอนด์ด้วยสัญญา 3 ปีครึ่ง

 

ทั้งนี้ อาร์เตต้า จะเข้ามานำลูกทีมของเขาลงซ้อมในมื้อแรกก็ วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม 2562 โดยที่เกมล่าสุดที่จะพบกับ เอฟเวอร์ตัน ในวันเสาร์ที่ 21 นี้ จะยังให้ เฟรเดอริก ลุมเบิร์ก คุมทีมอยู่ก่อนโดย อาร์เตต้า จะแค่เข้าไปในดูในสนามเท่านั้นยังไม่มีการเริ่มงานแต่อย่างได โดยก่อนหน้านี้เช้าวันที่ 19 ธันวาคม อาร์เตต้า ได้เข้าไปอำลาผู้เล่นทีม แมนเชสเตอร์ซิตี้ และทีมงานสตาฟโค้ช ก่อนที่จะนำทีมลงซ้อมเป็นนัดสุดท้าย เพื่อไปคุมทีม อาร์เซน่อล และก็หนีไม่พบที่ต้องกลับมาเจอกับ เป็ป อย่างแน่นอนในฐานะคู่แข่งในพรีเมียร์ลีก 

 

มิเกล อาร์เตต้า เล่นให้กับ อาร์เซน่อล ตั้งแต่ปี 2011-2016 รวมประตูทุกรายการ 14 ประตู หากนับตั้งแต่เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพ อาร์เตต้า ลงเล่นไปทั้งหมด 427 นัดรวททุกสโมสรที่ได้ไปอยู่ ยิงได้ 61 ลูก หากดูจากการยิงแล้วอาจจะไม่เยอะเหมือนใครๆ แต่เขาคือคนที่ปิดทองหลังพระเป็นคนสร้างสรรค์เกมให้กับเพื่อนร่วมทีมและยังมีความเป็นผู้นำสูงอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ สามารถมาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

ได้อีกครั้งในฤดูกาล 2013-2014 ซึ่งในขณะนั้นมี มานูเอล เปเยกรินี่ ผู้จัดการทีมชาวชิลี คุมทีมอยู่ และนักฟุตบอลคนสำคัญของทีมก็หนีไม่พ้น เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ศูนย์หน้าชาวอาร์เจนตินา ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ในฤดูกาล 2015-2016 สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ สามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรอีกด้วย ยุคทองจริงๆ ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ คือยุคที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมชาวสเปน เป็นคนคุมทีม ในฤดูกาล 2017-2018 สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จ ด้วยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษ จากการทำคะแนนได้ถึง 100 คะแนนในหนึ่งฤดูกาล (โดยนัดที่ทำให้ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ได้ 100 คะแนนนั้น คือนัดที่บุกไปเฉือน สโมสรเซาแธมป์ตัน ที่สนามเซนต์แมรี่ส์ สเตเดียม 1-0)

นอกจากนี้สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

ยังทำประตูทีมคู่แข่งได้ถึง 106 ประตู ทำลายสถิติเดิม 103 ประตู ที่สโมสรเชลซี ทำไว้ ในฤดูกาล 2009-2010 อีกหนึ่งสถิติที่ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ทำได้ในฤดูกาล 2017-2018 คือ การเก็บชัยชนะรวมทั้งหมด 32 นัดในหนึ่งฤดูกาล ลบสถิติเดิมที่ สโมสรเชลซี ทำไว้ 30 นัด ในฤดูกาล 2016-2017 นอกจากนี้ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ยังทำสถิติเก็บชัยชนะได้ 18 นัดติดต่อกัน มากกว่าสถิติเดิม 13 นัดติดต่อกัน ที่ สโมสรเชลซี ทำไว้ในฤดูกาล 2016-2017 สถิติสุดท้ายที่ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

ทำได้คือ การเก็บชัยชนะในเกมส์เยือนได้มากที่สุด 16 นัด จากสถิติเดิมคือ 15 นัด ซึ่งเจ้าของสถิติเดิมก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ สโมสรเชลซี เจ้าเดิม ที่ทำไว้ในฤดูกาล 2004-2005 ในฤดูกาล 2017-2018 นี้ นอกจาก สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ จะสามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ได้สำเร็จแล้ว ก็ยังสามารถคว้าแชมป์การแข่งขันฟุตบอล อีเอฟแอลคัพ ได้อีกด้วย

โดยในนัดชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ กับ สโมสรอาร์เซน่อล ซึ่งในนัดนั้น สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ เอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-0 ที่ สนามกีฬาเวมบลีย์

 

สนับสนุนบทความโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

สำหรับ 3 นักเตะที่มีค่าเหนื่อยเยอะที่สุดในโลก

นักฟุตบอลที่เก่งๆ มีอยู่หลายคนในโลกขณะนี้ แต่ถ้าถามถึงนักฟุตบอล ที่ได้ค่าเหนื่อยเยอะที่สุดในโลกนั้น ก็เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ซึ่งหลายคนก็อาจจะพอเดากันออกว่ามีใครบ้าง จะว่าไปแล้วก็สมศักดิ์ศรีอยู่ เพราะนักเตะที่ทางนิตยสารฟรอบส์ได้จัดอันดับมา ก็เป็นนักเตะที่มีฝีมือ มีความสามารถจริงๆ ลองมาดูว่ามีใครบ้าง ที่ติดอันดับนักฟุตบอลที่ได้ค่าเหนื่อยเยอะที่สุด

1.Lionel Messi หัวหอกชาวอเจนติน่าของเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า

เจ้าของรางวัลบัลลงก์ดอร์ปีล่าสุด เป็นนักฟุตบอลที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลกด้วยมูลค่า 11 ล้านเหรียญ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เหมาะสมกับดีกรีความเก่งของเมสซี่ เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และสิ่งที่น่าประทับใจในตัวของนักเตะคนนี้ก็คือ เป็นนักเตะที่รู้จักคนที่มีบุญคุฯกับเขา นั่นก็คือทีมบาร์เซโลน่า ที่ช่วยเขามาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โดยการจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไม เราถึงไม่เห็นเมสซี่ ย้ายไปเลนที่สโมสรอื่นบ้าง

2.Cristiano Ronaldo นักเตะชาวโปรตุเกส ที่เป็นเจ้าของรางวัลมากมาย

ได้รับค่าเหนื่อยเป็นเงินปีละ 100 ล้านยูโร และนอกจากค่าตัวจากการเป็นนักฟุตบอลแล้ว โรนัลโด้ ยังมีค่าตัวจากการเป็นตัวแทนในการทำโฆษณาร่วกับไนกี้ และแบรนด์ดังระดับโลกอีกหลายแห่ง ทำให้เขามีค่าตัวมากเป็นอันดับสองของโลก รองจขากเมสซี่ และในอายุ 34 ปีที่เป็นวัยเกษียณของนักฟุตบอล แต่โรนัลโด้ก็ยังฟิตและพร้อมที่จะล่ารางวัลต่อไปให้กับตัวเอง และสโมสร

3.Neymar Jr.นักเตะบราซิเลียนคนนี้

ได้รับเหนื่อยจากการเป็นนักเตะอยูที่ 90 ล้านเหรียญและเงินรางวับอีก 75 ล้านเหรียญ เป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยเป็นอันดับ 3 ของโลก และการเซ็นสัญญากับทีมแดนน้ำหอมอย่าง เปเอชเช ก็ทำให้เนมาร์ กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ดังหลายแห่งอย่างเช่น ไนกี้ แมคโดนัลส์ และ red bull 

ถ้าหากคุณชื่นชอบกีฬาสนุกเกอร์มากๆ หรือคุณคือผู้ที่ชอบเล่นกีฬาประเภทนี้เป็นชีวิตจิตใจ

        คุณคงรู้จักคำว่าเซนจูรีเบรก นั้นคือการทำคะแนนได้มากกว่าหนึ่งร้อยคะแนนในการเล่นไม้เดียว นั้นเรียกได้ว่ายากมากๆ ถึงกระนั้นถ้าคุณเล่นบ่อยๆหรือเป็นเซียนโต๊ะสนุกแล้ว ก็อาจจะเกิดขึ้นได้บ้างถ้าคุณพยายามจะทำมัน แต่ว่าการที่จะทำเซนจูรีเบรกในการแข่งขันได้ถึงหนึ่งพันครั้งในหนึ่งช่วงชีวิตหนึ่ง คุณคงคิดออกว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลย และตั้งแต่มีกีฬาประเภทนี้มาเพิ่งมีชายคนเดียวที่สามารถทำได้ในการแข่งขัน เขาคือ รอนนี ซุลลิแวน เขาเป็นนักกีฬาสนุกเกอร์ชาวไอริชมือวางอันดับ 1 ของโลกนั้นเอง

        เขาเพิ่งจะทำได้เมื่อไม่นานนี้เอง ในศึก เพลย์เยอร์ส แชมเปียนชิพ Players Championship เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ เขาได้มีโอกาสที่จะทำได้ในเกมนี้ และแล้วเขาก็ทำได้ในเกมสุดท้าย เขาเอาชนะคู่แข่ง นีล โรเบิร์ตสัน ไปได้อย่างขาดรอยที่ 10-4 เฟรม เขาได้จาลึกประวัติศาสตร์ผู้แรกของโลกในอาชีพนี้ที่ทำ เซนจูรีเบรก ได้ครบ หนึ่งพันครั้ง เป็นที่ฮือฮาในวงการกีฬาสนุกเกอร์อย่างมาก

        ในช็อตสำคัญตอนที่กำลังทำเซนจูรีเบรก รอนนี่ ได้โชว์เหนือสลับมือขวามาใช้มือซ้ายอีกซะด้วย ช่างเป็นอะไรที่เหนือคาดจริงๆ ในสนามแข่งระงบไปด้วยเสียงปรบมือจากผู้เข้าชมและแฟนๆของเขา สำหรับ รอนนี โอซูลลิแวน เป็นนักกีฬาสนุกเกอร์ที่สร้างชื่อเสียงด้วยการเล่นดที่ดุดันมาก และรวดเร็วมากๆ และเขาก็ยังเล่นได้ทั้งสองมือ เปรียบเสมือน โรนัลโด้ ในวงการฟุตบอลเลยทีเดียว

รายการนี้ทำให้ รอนนี่กลายเป็นแชมป์ครั้งที่ 35 ทั้งที หลังจากนั้นอีก 20 วัน

        เขาก็ได้เดินหน้าคว้าแชมป์ โครัล ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 ( Coral Tour Championship 2019 ) เป็นครั้งที่ 16 เท่าๆกับ สตีเฟน เฮนดรี้ แล้วเขาก็ได้ขึ้นสู่อันดับหนึ่งของโลกทั้งที ซึ่งในตอนนี้ มีผู้ที่ทำเซนจูรีเบรกตามหลัง รอนนี โอซุลลิแวน อันดับสองเป็นของ สตีเฟน เฮนดรี 775ครั้ง อันดับสาม คือ จอห์นฮิกกินส์

ในสหรัฐอเมริกา กีฬาที่ดังที่สุดและมีแฟนๆมากที่สุดชนิดหนึ่ง ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคือ “กีฬาอเมริกันฟุตบอล”

ถึงแม้ในบางประเทศรวมถึงประเทศไทยของเราจะไม่ค่อยให้ความนิยมสักเท่าไหร่ สู้กับลีกกีฬาฟุตบอลอังกฤษไม่ได้ แต่ถ้าวัดกับฐานแฟนๆผู้ชมทั่วทั้งโลก และนำไปเปรียบเทียบกับกีฬาอื่นๆทุกประเภทแล้ว กีฬาอเมริกันฟุตบอลถือเป็นกีฬาที่มีผู้เข้าชมบนสนามแข่งต่อหนึ่งการแข่งขัน มากที่สุดบนโลกใบนี้เลยทีเดียว เฉลี่ยแล้ว 68,400 คนต่อหนึ่งนัด ยิ่งถ้าพูดถึงรายการการแข่งบันที่ใหญ่ที่สุดและเป็นนัดชูโรงที่ดึงดูดแฟนๆผู้ชมมากที่สุดแบบล้นทั้งในสนามแข่งและหน้าจอโทรทัศน์ นั้นคือ The Super Bowl 

และแน่นอนเป็นที่รู้กันว่า ในเมื่อฐานผู้ชมแฟนๆกีฬาอเมริกันฟุตบอลนี้มากจนล้นขนาดนี้ ในเกมส์การแข่งขันแต่ละนัดจึงเป็นการแข่งขันที่จริงจังและดุเดือดมากๆ ทำให้นักกีฬาที่มีฝีมือดีย่อมได้ความนิยมและรายได้ก็จะสูงตามมา รายได้ที่เข้ามาได้หลายทางของนักกีฬา ที่แน่ๆคือมี รายได้จากค่าเหนื่อยของสโมสร และ รายได้จากการเป็นฟรีเซนเตอร์โฆษณาต่างๆ

เรามาดูกันว่า 10 นักอเมริกันฟุตบอล ที่ทำรายได้สูงสุดประจำปีนี้ มีใครกันบ้าง ทุกคนทำงาน ฝึกซ้อม ทุมเทมามาก เพราะมาให้ถึงจุดนี้ได้ พวกเขาเหล่านี้สมควรได้รับรายได้ระดับนี้ แฟนๆทุกคนต่างรู้ดี

อันดับ 1 Matthew Stafford ทีม DETROIT LIONS
รายได้รวม: 52.5 ล้านเหรียญ

อันดับ 2 Cam Newton ทีม CAROLINA PANTHERS
รายได้รวม: 34.7 ล้านเหรียญ

อันดับ 3 Andrew Luck ทีม INDIANAPOLIS COLTS
รายได้รวม: 30 ล้านเหรียญ

อันดับ 4 Derek Carr ทีม OAKLAND RAIDERS
รายได้รวม: 27.2 ล้านเหรียญ

อันดับ 5 Kawann Short ทีม CAROLINA PANTHERS
รายได้รวม: 26.1 ล้านเหรียญ

อันดับ 6 Drew Brees ทีม NEW ORLEANS SAINTS
รายได้รวม: 26 ล้านเหรียญ

อันดับ 7 Josh Norman ทีม WASHINGTON REDSKINS
รายได้รวม: 25.7 ล้านเหรียญ

อันดับ 8 Kirk Cousins ทีม WASHINGTON REDSKINS
รายได้รวม: 25.4 ล้านเหรียญ

อันดับ 9 DeAndre Hopkins ทีม HOUSTON TEXANS
รายได้รวม: 25 ล้านเหรียญ

อันดับ 10 Stephon Gilmore ทีม NEW ENGLAND PATRIOTS
รายได้รวม: 23.2 ล้านเหรียญ