ได้มีคลิปเตือนภัยออกมา เตือนสาวๆที่ไป ช้อปปิ้งในห้างกันให้ระวังกระเป๋าเงินของตัวเองให้ดีๆนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้มิจฉาชีพมีแฝงตัวเข้ามาในรูปแบบคนรวย คนดี มากมาย อาจจะด้วยเพราะปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ที่เปลี่ยนคนรวยให้กลายเป็นคนจน และคนที่จนอยู่แล้วยิ่งจนมากขึ้น จนกลายมาเป็นหัวขโมยได้ 

        ตามรายงานข่าวแจ้งว่า ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี ได้มีเหตุโจรสาวในคราบลูกค้าได้ขโมยเงินลูกค้าที่เข้ามาซื้อเสื้อผ้าในร้านเดียวกัน โดยมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด โดยข่าวได้รายงานว่า หญิงสาวที่เป็นเหยื่อของโจรแสบได้เลือกซื้อเสื้อผ้าในร้านของห้างดังแห่งหนึ่ง ด้วยเห็นว่าในร้านไม่มีลูกค้าและคนขายก็เป็นผู้หญิง หญิงสาวดังกล่าวจึงชะล่าใจด้วยการวางกระเป๋าเงินไว้แล้วเดินดูเสื้อผ้า

เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไร  แต่ขณะที่เลือกเสื้อผ้าอยู่นั้น ก็ได้มีลูกค้าใส่ชุดสีเหลืองเดินเข้ามาในร้าน โดยผู้หญิงคนดังกล่าวหน้าตาดี แต่งตัวดูดี อีกทั้งยังถือกระเป๋าแบรนด์เนม  ทางผู้เสียหายจึงไม่ได้ระมัดระวังอะไรเพราะเห็นว่าคนที่เข้ามาก็ดูดีมีฐานะ โดยหญิงสาวชุดเหลืองที่เข้ามาใหม่เลือกซื้อของสักพักแต่ไม่ได้ซื้ออะไรก็เดินออกจากร้านไป ทางผู้เสียหายเองก็กลับมาที่กระเป๋าเพื่อที่จะหยิบเอาเงินไปจ่ายค่าเสื้อผ้า

แต่ปรากฏว่าเงินหายไปแล้วเป็นจำนวนเงิน หมื่นกว่าบาท  เมื่อทางร้านเปิดกล้องวงจรปิดดูจึงพบว่าคนที่ขโมยคือลูกค้าที่ใส่ชุดสีเหลืองที่เพิ่งเดินออกไปนั้นเอง ทางผู้เสียหายจึงมาทำการแจ้งความที่สถานีตำรวจ ซึ่งตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะสามารถจับโจรแสบได้เลย จึงมาเตือนภัยเพื่อเป็นอุทาหรณ์  

          อย่างที่ทราบกันดีว่าเศรษฐกิจตอนนี้ ย่ำแย่มากๆ หลายคนตกงาน ไม่มีงานทำ และอีกหลายคนรายได้ที่เคยมีก็ลดน้อยถอยลง ทำให้ช่วงนี้มีโจรออกมาชุกชุม ดังนั้น ตัวเราเองต้องคอยระวังภัยให้ตัวเอง คอยระมัดระวังอย่าเผลอวางสิ่งของหรือกระเป๋าให้อยู่ห่างตัว

เพราะ ณ ตอนนี้ เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ เราไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย จะหวังพึ่งตำรวจอย่างเดียวคงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะถึงแม้ตำรวจจะสามารถจับโจรมารับโทษได้ ก็ใช่ว่าเงินของเราที่หายไปโจรจะสามารถเอามาคืนได้ทั้งหมด ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุด คือเราต้องระมัดระวังตัวเองในทุกๆที่ที่เราเดินทางไป หรือแม้แต่ของที่อยู่ในบ้านของเราเองก็ดี บางครั้งมีเพื่อนมาเยี่ยมหากเราเก็บของไม่เป็นที่เพื่อนที่แสนดีอาจเป็นจอมขโมยก็ได้ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  holiday palace

         จากที่มีคลิปจากพลเมืองดีได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวขณะที่ตนเองขับรถไปทำธุระแล้วเจอรถกระบะที่ขับอยู่ด้านหน้าเป็นรถที่มีโลโก้ของตำรวจ ขับรถส่ายไปมาคล้ายคนขับมีอาการเมาและเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่ามีคนแอบตามถ่ายก็ไม่พอใจ ตะโกนด่าคนถ่ายคลิปอย่างหยาบคาย

           จากการตรวจสอบรถกระบะดังกล่าวเป็นของ สภ. พระสมุทรเจดีย์ โดยทางผู้กำกับออกมายอมรับแล้ว นายตำรวจคนดังกล่าวเป็นตำรวจที่ สภอ. จริงและได้คุยกับตำรวจคนนั้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจในคลิปบอกว่าไม่ได้เมา เพียงแค่กินยาเข้ไปและร่างกายอ่อนเพลียจากการทำงานเท่านั้น ส่วนที่ด่าคนถ่ายคลิปอย่างหยาบคายเพราะไม่พอใจที่มีคนมาแอบถ่าย โดยทางผู้กำกับยังได้ให้สัมภาษณ์อีกว่าจะเรียกคนที่ถ่ายคลิปมาสอบสวนถ้าหากตำรวจผิดจริงก็จะทำการลงโทษแต่ถ้าหากไม่ผิดก็จะมีการดำเนินคดีกับคนที่โพสต์

           ถ้าดูจากคลิปก็ไม่สามารถบอกได้ว่าตำรวจเมาจริงหรือไม่ แต่จากน้ำเสียงที่ตอบโต้กับคนถ่ายก็อาจจะมีส่วนอยู่บ้างที่อาจจะอยู่ในอาการเมา ซึ่งหากตรวจสอบว่าเมาจริงก็ควรมีความผิดทางวินัยมาลงโทษเพื่อให้เป็นตัวอย่างกับตำรวจคนอื่น เพื่อเมื่อตนเองเป็นผู้รักษากฎหมายก็ไม่ควรทำความปิดซะเอง เพราะด้วยตามกฎหมายแล้วมีจับและปรับเงินคนที่เมาแล้วขับดังนั้นหากตำรวจทำเองก็ควรจะโดนเหมือนที่ประชาชนโดนด้วยเช่นเดียวกัน และควรมีบทลงโทษที่มากกว่าด้วยเพราะเป็นตำรวจ ย่อมเข้าใจกฎหมายและควรทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

          หากถามว่าจะเชื่อฝ่ายไหนมากกว่ากัน คงจะเชื่อคนถ่ายคลิปมากกว่า เพราะคงไม่มีใครอยากดังด้วยการใส่ร้ายตำรวจถ่ายคลิปแล้วโกหกว่าตำรวจทำผิดออกมาเผยแพร่หรอก เพราะนอกจากจะผิดกฎหมาย ผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์แล้วยังจะเป็นการทำลายชื่อเสียงของตัวเองด้วยถ้าคนอื่นจับได้  และจากที่อ่านคำสัมภาษณ์ของ ผู้กำกับแล้วดูเหมือนจะเข้าข้างตำรวจลูกน้องของตนเองเต็มที่

และถ้าหากทางตำรวจท่านนั้นยืนยันว่าไม่ได้เมา ทางท่านผู้กำกับจะตรวจสอบอย่างไร แล้วจะมาเอาผิดกับคนถ่ายคลิปไหม ซึ่งถ้าหากเมาจริง แต่ยังมีการมาเอาผิดกับคนถ่ายคลิปต่อไปจะมีประชาชนคนไหน สนใจกับการทำความดี เพราะหากเข้ามายุ่งเรื่องแบบนี้แล้วตนเองต้องมีความผิดทุกคนคงจะปล่อยเลยตามเลย และเมื่อถึงตอนนั้นหากมีอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำอย่างไรได้ ทุกคนควรประมาณตัวเองได้ว่ากินเหล้าแค่ไหนถึงสามารถขับรถได้หรือขับไม่ได้ กรณีนี้ก็เช่นกันหากตำรวจไม่ได้กินเหล้า แต่อ่อนเพลียเพราะทำงานหนักจริงก็ไม่ควรออกมาขับรถส่ายไปมาแบบนี้เพราะมันอันตรายต่อตนเองและคนอื่น

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์

    ที่จังหวัดชุมพรมีชาวบ้านได้เข้ามาแจ้งเหตุกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าไปที่บ้านช่วงประมาณ 20:00 นเพื่อขู่กรรโชกทรัพย์โดยมีการระบุว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ  อีกครั้งผมคนที่พามาด้วยมีทั้งทนายความ   ไฟแนนซ์  

โดยมีจำนวนประมาณ 4-5 คนในการบุกเข้าไปที่บ้านของเขาในครั้งนี้โดยผู้แจ้งเหตุนี้บอกว่าตนมีอาชีพรับซื้อของเก่าอยู่ๆช่วงเวลาประมาณ 20:00 นก็มีชายประมาณ 4-5 คนมาเคาะประตูบ้านเรียกแล้วแจ้งว่ามีคนร้องเรียนมาว่าเขารับซื้อของโจรซึ่งเขาได้ยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้วว่าของเขาซื้อของแบบถูกกฎหมายซื้อรถต่อมาจากชาวบ้านและไปประมูลรถมาแยกอะไหล่ชิ้นส่วนไม่เคยรับซื้อของโจรมาก่อนแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ฟังอีกทั้งยังไปหยิบอะไรขึ้นมาแล้วบอกว่านี่คือของที่มีการถูกแจ้งความเอาไว้พร้อมทั้งนำชายคนหนึ่ง

ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของรถมาให้ดูโดยกลุ่มตำรวจที่บุกเข้ามาพยายามเรียกร้องเงินเป็นจำนวนเงินถึง สองแสนบาทแต่ในขณะนั้นตนเองและภรรยามีเงินติดตัวแค่เพียงสี่หมื่นสองพัน บาทเท่านั้น  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ไปกดเงินมาให้ได้เงินมาอีก 8,000 บาทโดยบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีเงินเท่านี้จริงๆเพราะเงินแปดหมื่น บาทนี้ก็ไปยืมจากเพื่อนมา หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มองไปที่กล้องวงจรปิดที่มีการติดเอาไว้และดึงกล้องออกไปแล้วก็พากันขึ้นรถออกไป

เมื่อเห็นว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปแล้วเจ้าของร้านขายของเก่าจนเริ่มรู้สึกว่าตนเองอาจจะถูกกรรโชกเพราะตัวเองมั่นใจว่าไม่ได้มีการรับซื้อของโจรแน่นอนจึงได้นำข้อมูลจากกล้องวงจรปิดตัวอื่นๆที่มีการตั้งกล้องซ่อนเอาไว้มาแจ้งความที่สถานีตำรวจ

     ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้จากมีการสืบสวนลงไปพบว่าชายที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจแล้วไปเรียกไถเงินประชาชนนั้นที่จริงแล้วเป็นตำรวจจริงมีตำแหน่งเป็นถึงผู้กอง  ซึ่งเมื่อมีการเรียกตัวผู้กองเข้ามาสอบปากคำถามผู้กองเองก็ยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินดังกล่าว เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อหากรรโชกทรัพย์และมีการบุกรุกในยามวิกาล ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการหาหลักฐานจากทางจากที่บ้านของผู้เสียหายเองและจากที่หน้าธนาคารรวมถึงที่ปั๊มน้ำมันตรงที่เป็นจุดจ่ายเงินกันและถ้าหากตำรวจผิดจริงก็จะมีการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด

      ปัญหาตำรวจรีดไถประชาชนไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ DJ ชื่อดังก็เพิ่งมีการออกมาแฉเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านรีดไถเงินซึ่งทางหน่วยงานที่รับผิดชอบเจ้าหน้าที่ตำรวจในระดับสูงควรจะต้องมีการลงมาดูแลลูกน้องของตนเองไม่ให้กระทำผิดกับประชาชนมากไปกว่านี้ 

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

พริตตี้สาวรับงานโดยไม่สนโควิด-19 และ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน สุดท้ายติดเชื้อทำคนเสี่ยงติดโควิด-19 มากถึง 30 คน 

         มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อมีรายงานข่าวเข้ามาว่ามีพริตตี้สาวคนนึงได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยพบว่าก่อนหน้าที่จะมีการติดเชื้อเธอเพิ่งรับงานเอนเตอร์เทนลูกค้าซึ่งมีการจัดงานในร้านเหล้าแห่งหนึ่งโดยมีผู้ที่ไปร่วมงานทั้งสิ้นถึง 30 คนด้วยกันหลังจากทราบเรื่องราวก็มีการติดต่อไปที่ร้านเหล้าดังกล่าวเพื่อตรวจเช็คหาผู้ติดเชื้อเพิ่มพบว่ามีพนักงานในร้านติดเชื้อแล้วประมาณ 5 คนซึ่งข้อมูลนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าทั้ง 5 คนนั้นมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  มาจากที่อื่นหรือ ติดเชื้อมาจากพริตตี้สาวคนดังกล่าวกันแน่

       เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้มีรายงานจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารของจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คนล่าสุดซึ่งทำงานเป็นพริตตี้อายุอยู่ที่ประมาณ 21 ปีซึ่งเธอเป็นผู้ป่วยคนที่ 37 ของจังหวัดเชียงใหม่โดยมีการระบุว่าหญิงสาวคนดังกล่าวไม่สนใจเกี่ยวกับพรกฉุกเฉินที่มีการประกาศออกมาเธอยังคงประกาศ Facebook

เปิดขอรับงานเอนเตอร์เทนลูกค้าซื้อหากใครสนใจเธอสามารถไปร่วมงานได้หมดและในที่สุดเธอก็ตรวจสอบพบว่าตัวเองนั้นติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเมื่อย้อนหลังกลับไปก็พบว่าตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม พริตตี้สาวคนดังเก่าไม่มีการไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ต่อมาวันที่ 17 ก็ยังคงไปเที่ยวที่สถานบันเทิงอีกครั้งหนึ่ง

คนละร้านกันซึ่งที่นี่เองผิดเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขมีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 5 คนซึ่งผู้ติดเชื้อมีตั้งแต่ผู้จัดการของร้านพิธีกรแดนซ์เซอร์แล้วก็ดีเจและวันที่ 20 พี่สาวคนดังกล่าวก็ยังไปรับงานเอนเตอร์เทนคิดสถานที่แห่งหนึ่งโดยสถานที่ดังกล่าวเป็นห้องแอร์ปิดทึบไม่มีอากาศถ่ายเทและที่สำคัญที่นี่มีคนไปร่วมงานทั้งสิ้นประมาณ 30 คนด้วยกัน

ที่สำคัญที่งานแห่งนี้พริตตี้สาวมีหน้าที่ในการชงเหล้าให้กับผู้ร่วมงานดังนั้นเธอจึงมีการสัมผัสกับผู้ร่วมงานในครั้งนี้คนซึ่งตอนนี้ทั้ง 30 คนอยู่ระหว่างกันส่งตัวไปตรวจเชื้อโรค  และต่อมาวันที่ 23 เดือนมีนาคมพี่สาวก็มีอาการป่วยจึงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลและวันที่ 21 มีนาคมผลปรากฏว่าเกิดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สาเหตุการแพร่ระบาดเชื้อในครั้งนี้

อาจจะต้องมีการขยายผลเพิ่มเติมว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อมากแค่ไหนเพราะนอกจากพริตตี้สาวจะไปแพร่เชื้อให้กับหลายๆคนแล้วทางคนที่ติดเชื้อจากพริตตี้สาวทั้ง 5 คนก็ยังมีโอกาสไปแพร่เชื้อให้คนอื่นได้อีกจึงต้องย้อนทำลายของแต่ละคนและตามตัวคนอื่นๆมาตรวจหาเชื้อกันต่อไป 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

ชายขับรถปิคอัพเข้ามอบตัวหลังมีข่าวขับรถลากศพคนตายไปไกลถึง 49 กิโลเมตร

         ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวที่มีรถกระบะคันนึงขับเข้าไปจอดในปั๊มน้ำมันในจังหวัดนครราชสีมาหลังจากนั้นเมื่อรถกระบะขับออกไปก็มีศพตกลงมาซึ่งคราวนี้สร้างความตกใจและสงวนเป็นอย่างมากว่าสัตว์ต่างๆมาได้อย่างไรเป็นใครมาจากไหนโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่าศพกล่าวเป็นศพผู้หญิง  ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกชนจากที่อื่นแล้วถูกลากมาที่นี่เบื้องต้นทราบว่าศพดังกล่าวถูกชนตั้งแต่อยู่แถวบริเวณกลางดงจากรถเก๋งคันหนึ่งแล้วกระบะคันที่ตามหลังมาก็ขับรถลากศพหญิงสาวคนดังกล่าวมาซึ่งสภาพศพมีลักษณะร่างกายแหลกเหลวและไม่มีหัวต่อมาวันที่ 25 เดือนมีนาคมปีพศ. 2563

ได้มีชายคนหนึ่งอายุประมาณ 23 ปี เป็นคนจังหวัดมหาสารคามได้ขับรถเดินทางเข้ามาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมาโดยให้การกระทำเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ากันเองเป็นคนในคลิปวีดีโอดังกล่าวที่ขับรถกระบะลากศพมาไกลถึง 49 กิโลเมตรซึ่งชายคนดังกล่าวชื่อว่านายสิทธิศักดิ์  ภูวงศ์ ศรี

ซึ่งตัวนายสิทธิศักดิ์เองได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าวันนั้นตัวเองขับรถมาบริเวณหมู่บ้านกลางดงซึ่งตอนนั้นบนถนนมองเห็นก้อนเนื้ออยู่บนถนน แต่คิดว่าเป็นก้อนเนื้อหมูจึงได้ขับรถคล่อมก้อนเนื้อนั้นมาโดยนาย สิทธิศักดิ์ไม่คิดว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนนั้นจะเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ หลังจากเห็นข่าวในทีวีและตามสื่อต่างๆจึงได้รู้ว่าเป็นรถกระบะของตนเองที่ขับเข้าไปทำธุระในปั๊มน้ำมันแล้วลากศพมาไกลถึง 49 กิโลจึงได้เดินทางเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นคนขับรถชนหญิงสาวคนดังกล่าว อย่างไรก็ดีอ่างเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและหาหลักฐานมาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นรถกระบะหรือว่ารถเก๋งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้หญิงสาวที่เป็นศพเสียชีวิตกันแน่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานเข้ามาว่ารถเก๋งคันที่ชนหญิงสาวคนดังกล่าวเสียชีวิตนั้นได้เข้ามามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ต้องมีการพยายามตามหาคนขับรถเก๋งที่มีการขับรถชนคนแล้วหนีไปให้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้จนได้และหากตรวจสอบแล้วพบว่า ศพดังกล่าวเสียชีวิตภายหลังจากที่รถเก๋งชน และตายสาเหตุมาจากการถูกรถกระบะลากไปตามท้องถนนแล้วก็ชายที่ขับรถกระบะลากศพไปไกล 49 กิโลเมตร ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน

 

ขอบคุณ Gclub ดาวน์โหลด  ที่ให้การสนับสนุน

   จากกรณีที่มีข่าวลือการยื่นหนังสือลาออกจากงานของ ผู้อำนวยการสุวรรณภูมิ  นายสุธีวัฒน์ โดยมีสาเหตุเนื่องมาจากต้องการออกมารับผิดชอบปัญหากรณีผีน้อยหนีการคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19  ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีรายงานเข้ามาว่า กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของสายการบิน การบินไทย นายสุเมธ ก็ได้ยื่นหนังสือลาออกแล้วเช่นกัน 

จากข่าวลือดังกล่าวที่เกิดขึ้นได้มีการแชร์ข้อความจากเฟสบุ๊กของลูกสาวของ นายสุธีวัฒน์ ผู้อำนวยการสุวรรณภูมิ ซึ่งข้อความในเฟสได้ออกมาระบุยืนยันการว่านายสุธีวัฒน์ได้มีการลาออกจากการทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสุวรรณภูมิจริง ซึ่งสาเหตุที่พ่อของเธอต้องลาออกนั้น  เธอได้เล่าไปในเฟสบุ๊กด้วยว่า พ่อของเธอไม่ได้รับความร่วมมือจากทางฝ่ายรัฐบาลในการทำงานแต่อย่างใด โดยเธอเขียนเอาไว้ว่าเจ้าหน้าที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิคือเจ้าหน้าที่กลุ่มแรกที่จะต้องเจอกับคนที่มีความเสี่ยงที่จะมีเชื้อไวรัสโคโรนา แต่เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้กลับไม่มีหน้ากากอนามัยจะใช้

เพราะถูกรัฐบาลส้นเท้า แย่งเอาหน้ากากอนามัยไปขายหมด ซึ่งเมื่อข้อความนี้ได้มีการแพร่ออกมาทำให้ข่าวนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งของสื่อเลยทีเดียว โดยในข้อความมีการระบุเอาไว้ว่า ตัวเธอเองยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ ปกติแล้วเธอไม่ค่อยสนใจการเมืองสักเท่าไหร่และไม่เคยที่จะออกมาเขียนวิจารณ์อะไรแบบนี้ แต่ครั้งนี้เธอทนไม่ไหวจริงจริง เธอโพสต์ข้อความนี้เพราะต้องการให้คนได้รู้ความจริง ไม่ได้ต้องการที่จะสร้างความแตกแยกให้กับคนในประเทศ

แต่สิ่งที่พ่อของเธอได้เจอมานั้นมันสุดจะทนจริงจริง ซึ่งเธอได้เล่าผ่านเฟสส่วนตัวของเธอว่า การที่พ่อของเธอลาออกจากตำแหน่งนั้นเป็นเรื่องจริง เพราะพ่อของเธอพบปัญหาว่าทำงานได้ไม่เต็มที่เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยที่หากใครมาขอความร่วมมือทางสุวรรณภูมิร่วมมือด้วยทุกอย่างแต่พอถึงทางสุวรรณภูมิขอความร่วมมือบ้างกลับได้รับการปฏิเสธ เช่น ไม่มีหน้าที่กักตัวคนไทย  และเรื่องหน้ากากอนามัยก็เช่นกัน เจ้าหน้าที่สุวรรณภูมิไม่มีใช้ ติดต่อชื้อหน้ากากอนามัยไปก็ไม่ได้ เพราะถูกรัฐบาลแย่งเอาไป

อีกทั้งลูกสาวผู้อำนวยการสุวรรณภูมิยังระบุอีกว่าถ้ารัฐบาลเอาไปให้โรงพยาบาลจะไม่ว่าเลยแต่นี้เอาไป …. อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่ยอมร่วมมือกัน มีแต่เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเอง ไม่มีความเป็นผู้นำ อย่างเช่น การที่ทุกหน่วยงานของรัฐบาลบอกให้มาติดต่อกับสาธารณะสุข แต่ผู้ที่ดูแลประสานงานของสาธารณะสุขก็ไม่มีทำงาน ไม่มีความรับผิดชอบ จึงทำให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นมา

 

ขอขอบคุณ  รวมเว็บหวยออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

มีข่าวคนขายของในห้างพันทิพย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางด้านห้างพันทิพย์บอกแล้วว่าไม่จริง วอนหยุดแชร์

                กำลังเป็นที่หวาดกลัวของประชาชนทั่วประเทศเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 เนื่องจากในตอนนี้พบปัญหาใหญ่ว่าคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และคนกลุ่มนั้นเดินทางไปประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยง มักจะไม่ยอมกักตัวเองเพื่อตรวจหาเชื้อหรือรอดูอาการก่อนว่าตัวเองมีการติดเชื้อไวรัสมาหรือไม่

แต่กลับออกมาเดินเที่ยวซื้อของตามห้างโดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งตอนนี้มีหลายห้างที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้เดินทางไปเที่ยวเดินซื้อของทำให้หลายหลายห้างในกรุงเทพทางเจ้าของห้างจำเป็นต้องทำการปิดเพื่อพ่นยาฆ่าเชื้อ และบางแห่งพนักงานของร้านที่เคยให้บริการลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องกักตัวเองอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลา 14 วันแทนซึ่งเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับคนหลายหลายคนเป็นอย่างมาก 

             และจากเหตุการณ์เหล่านี้เอง ได้มีข่าวลือเกี่ยวกับห้างพันทิพย์ออกมาว่ามีเจ้าของร้านค้าที่เปิดร้านขายของในห้างพันทิพย์สาขา งามวงศ์วาน ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด -19 และทางห้างเองได้มีการปิดห้างเพื่อพ่นยาฆ่าเชื้อและทำความสะอาดทั้งห้างซึ่งข้อความนี้ได้มีการส่งต่อกันผ่านทางข้อความไลน์ จนกลายเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตซึ่งทำให้คนส่วนใหญ่กลัวการที่จะไปเดินซื้อของที่ห้าง เพราะเราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า คนที่เดินซื้อของอยู่ข้างข้างเรานั้นเขามีเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในร่างกายหรือไม่ หรือว่าเขาเพิ่งกลับมาจากประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสหรือเปล่า

  ซึ่งเมื่อเหตุการณ์เรื่องพนักงานในห้างพันทิพย์เป็นข่าวดังแพร่ออกไป แถมยังมีรูปภาพการพ่นยาฆ่าเชื้อประกอบทำให้หลายคนเริ่มกลัวไม่กล้าไปเดินทางพันทิพย์ จนผู้บริหารของทางห้างพันทิพย์ต้องออกมาแจ้งผ่านทางสื่อว่า ข่าวลือเหล่านั้นไม่เป็นความจริง ไม่มีเจ้าของร้านหรือพนักงานขายของคนไหนในห้างพันทิพย์ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แน่นอน และภาพที่เห็นเป็นการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อนั้นเป็นการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคของทางเป็นปกติเท่านั้น โดยทางผู้บริหารของห้างได้ร้องขอผ่านสื่อไมให้มีการแชร์ข่าวมั่วมั่วแบบนั้นกันอีกเพราะสร้างความเสียหายให้กับห้างเป็นอย่างมาก 

             ข่าวนี้ไม่ว่าจะมีคนติดเชื้อไวรัสจริงหรือว่าไม่จริง คนส่วนใหญ่ก็เริ่มกลัวการเดินห้างกันแล้ว เพราะนอกจากจะกลัวการิติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากคนที่ไม่ยอมกักตัวเองแล้วยังกลัวเหตุการณ์ยิงกันในห้างอีกด้วย เพราะช่วงนี้มักเกิดเหตุแบบนี้บ่อย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

จากที่มีข่าวเมื่อวันที่ 3 ถึงงานเลี้ยงรับรองของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลที่มีการจัดงานขึ้นผู้คนต่างสนใจเป็นอย่างมากว่าอาหารที่จะจัดมาเสิร์ฟที่สโมสรราชพฤกษ์ เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีระหว่างรัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาล  โดยผู้คนต่างสังเกตเหตุว่าอาหารที่นำมาเสิร์ฟเลี้ยงรับรองกันนั้น มีเมนูหูฉลาม รวมอยู่ด้วย

จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องจาก ในขณะนี้กำลังมีการแคมเปญรณรงค์ให้งดทานหูฉลาม โดยแคมเปญนี้มีพระเอกดัง ป้อง ณวัฒน์ เป็นทูตองค์กรไวลด์เอด ที่รณรงค์และต่อต้านการบริโภคหูฉลาม และเมื่อพระเอก ป้อง ณวัฒน์ได้เห็นข่าวการทานหูฉลามก็ถึงกับเดือดกันเลยที่เดียว โดยมีการโพสต์ต่อว่ารัฐบาล แถมยังระบุด้วยว่า คนรณรงค์ก็รณรงค์แทบตาย แต่คนกินไม่สนใจอะไรเลย แม้แต่รัฐบาลที่เป็นผู้นำประเทศก็ไม่สนใจ

สำหรับฉลามตอนนี้มีความเสี่ยงใกล้จะสุญพันธ์มากแล้ว เพราะในแต่ละปีจะมีคนล่าฉลามมาเพื่อการบันเทิงและนำมาทำอาหารเสิร์ฟให้กับคนมีเงินด้วยความเชื่อที่ว่า หากใครสามารถเลี้ยงหูฉลามได้แสดงว่ามีเงินเยอะ  การรณรงค์เรื่องการทานหูฉลามเริ่มมาตั้งแต่ ปี 2012 โดยรัฐบาลจีนได้ประกาศไม่ให้มีการเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐบาล เนื่องจากต้องการให้คนทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของการจะสูญพันธ์ของฉลาม และบางประเทศอย่างประเทศแคนาดา เองก็มีการรณรงค์เช่นกัน โดยงดการนำเข้าและส่งออกหูฉลามเลย

          ฉลามเป็นสัตว์น้ำที่สำคัญเป็นอย่างมากในระบบนิเวศ หากขาดฉลามไประบบนิเวศทางทะเลก็จะเสียไป ไม่ใช่เฉพาะระบบนิเวศในทะเลไทย แต่ตอนนี้ทั่วโลกต่างเริ่มตระหนักถึงข้อนี้จะเริ่มมีการรณรงค์การฆ่าฉลามและต่อต้านการนำหูฉลามมาปรุงเป็นอาหาร 

            จากข่าวเรื่องงานเลี้ยงมีการเลี้ยงหูฉลามออกมาสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้แก่รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละท่านเป็นถึงผู้นำประเทศ ย่อมต้องแสดงเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชนชน หากผู้นำเป็นคนทำร้ายฉลาม กินหูฉลามเสียเอง และประชาชนจะร่วมมือร่วมใจกันเพื่ออะไร เพราะคนที่ควรแบบอย่างยังไม่ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องเลย

           แคมเปญที่ออกมาคือ ฉลองไม่ฉลาม เป็นแคมเปญที่จะทำให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของฉลาม ดังนั้นในฐานะที่เป็นผู้นำของประเทศ ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน มาร่วมรณรงค์ให้ทุกคนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของระบบนิเวศของไทยและของโลกกันเถอะค่ะ อาหารมีมากมายหลายอย่างที่ทานแล้วอร่อยและมีประโยชน์ที่สำคัญอาหารที่แพงแสดงถึงความร่ำรวยกินแล้วสมฐานะของพวกท่านยังมีอีกหลายเมนู ดังนั้นยกเว้นเมนูฉลามสักอย่างเถอะค่ะ

  

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยฮานอยซื้อยังไง

ศพพลทหารที่กราดยิงที่โคราช เผาแล้วโดยแม่แอบเผาแบบเงียบๆ 

    จากเหตุการณ์ที่มีพลทหารคนหนึ่งใช้ปืนกราดยิงคนเสียชีวิตไป 30 คนที่จังหวัดนครราชสีมาและยังมีคนบาดเจ็บเป็นจำนวนมากนั้น มีรายงานข่าวเข้ามาว่าได้มีชาวบ้านบางส่วนในจังหวัดที่แม่ของพลทหารอาศัยอยู่ได้ออกมาต่อต้านไม่ให้แม่ของพลทหารนำเอาศพของพลทหารคนที่ก่อเหตุมาเผาศพที่บ้านเกิด

เกี่ยวกับเรื่องราวมีการเล่าลือกันมาว่ามีชาวบ้านบางส่วนเข้ามากีดกันไม่ให้แม่ของพลทหารนำศพของลูกชายเข้ามาเผานั้น ตนอนนี้ได้มีผู้นำชาวบ้านเข้ามาบอกว่า ตอนเองและชาวบ้านได้มีการปรึกษาหารือกันแล้วว่าจะร่วมมือกันในการช่วยเหลือครอบครัวพลทหารคนที่ก่อเหตุดังกล่าว เพราะต่างก็รู้สึกสงสารแม่ของพลทหาร เพราะชาวบ้านที่ได้รู้เรื่องราวที่พลทหารถูกเอาเปรียบต่างก็รู้สึกเห็นใจในตัวพลทหารและแม่ของพลทหารคนที่ก่อเหตุ โดยปัจจุบันมีคนที่ขอมาร่วมกันช่วยเหลือครอบครัวของพลทหารคนที่ก่อเหตุยิงกราดแล้วประมาณ 100 คน

ซึ่งสามารถรวบรวมเงินกันได้แล้วประมาณหนึ่งล้านบาท   ซึ่งทางผู้นำชาวบ้านยังกล่าวด้วยว่าตอนนี้ศพของพลทหารคนดังกล่าวได้เผาไปเรียบร้อยแล้ว โดยทางแม่ของพลทหารรวมทั้งญาติญาติและเพื่อนของพลทหาร ได้แอบไปรับศพพลทหารมาจัดงานเผาศพได้หลายวันแล้ว เพราะไม่ต้องการให้เป็นข่าวโด่งดัง และทางผู้นำยังได้กล่าวอีกว่า ได้คุยกับทางญาติของแม่ของพลทหารทำให้ทราบว่าทางแม่ของพลทหารได้นำศพของพลทหารไปเผาที่วัดอื่นในจังหวัดนคราชสีมาไม่ได้พามาเผาที่วัดบ้านเกิดเพราะว่ากระแสการต่อต้านไม่ให้เอาศพมาเผาที่จังหวัดบ้านเกิดมันแรงมาก

ซึ่งตนเองก็อยากฝากบอกกับคนอื่นอื่นด้วยว่า ควรจะแยกเรื่องเหล่านี้ออกจากกันเพราะแม่กับลูกคนละคนกัน ไม่ควรที่จะมารังเกียจแม่ของพลทหาร  สำหรับเงินที่ชาวบ้านเรี่ยรายเงินเพื่อนำมาจัดพิธีศพให้กับพลทหารนั้น ชาวบ้านได้ตกลงกันแล้วว่าจะนำเงินดังกล่าวมาจัดงานทำบุญให้กับผู้เสียชีวิตทั้งหมดและไม่ได้ระบุว่าจะทำบุญให้กับใครรวมถึงทำบุญให้กับพลทหารคนดังกล่าวด้วย เพราะยังไงเสียพลทหารคนดังกล่าวก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน

    จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ถึงแม้จะเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่แต่ทุกคนก็ไม่ได้มีใครอยากให้เกิดและแม่ของพลทหารเองก็ไม่ได้รับรู้กับการกระทำของลูกตัวเองและไม่ได้เห็นด้วย ซึ่งแม่ของพลทหารเองก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังนั้น เราจึงไม่ควรที่จะรังเกียจแม่ของพลทหาร

 

สนับสนุนโดย  will8

ข่าวเด็กนักเรียนพากันประท้วงไม่ให้ นาย ไกรรัฐ สว่างเดือน  มาเป็น ผอ. โรงเรียน 

          จากที่มีรายงานข่าวของทางช่อง  3 ออกมาว่าเด็กนักเรียนประมาณ 2000 คนของโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ  มารวมตัวกันถือป้ายประท้วงไม่ยอมให้นายไกรรัฐ สว่างเดือน เข้ามาในโรงเรียนเพื่อมาทำหน้าที่เป็น ผอ. โรงเรียน โดยมีการล็อกประตูโรงเรียนเพื่อไม่ให้นาย ไกรรัฐ สว่างเดือน  เข้าจนทำให้เป็นข่าวดังนั้น จากการสอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์แจ้งว่าเมื่อทางโรงเรียนทราบว่านาย ไกรรัฐ สว่างเดือน จะย้ายมาทำหน้าที่เป็น ผู้อำนวยการคนใหม่ของโรงเรียนทั้งคณะครูและนักเรียนต่างก็พากันไม่สบายใจเนื่องจากทราบข้อมูลมาว่านายไกรรัฐ สว่างเดือน  

เคยมีประวัติกับที่ทำงานเก่าที่ไม่ดีเกี่ยวกับเงิน โดยมีประวัติว่าเคยโกงเงินโรงเรียนและมีข่าวดังมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน จึงไม่อยากให้คนแบบนี้มาทำงานที่โรงเรียนของตน ซึ่งทางคณะครูและนักเรียนได้เคยยื่นหนังสือไปบอกกับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว แต่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สนใจยังคงปล่อยให้นายไกรรัฐ สว่างเดือน   มาทำงานเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนจึงทำให้ครูและนักเรียนต้องออกมารวมตัวกันประท้วง

         เมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์นาย ไกรรัฐ สว่างเดือน  ก็พูดเพียงสั้นๆว่าเสียใจที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ส่วนเรื่องที่มีการเล่าลือว่าตนโกงเงินโรงเรียนนั้น กลุ่มครูและนักเรียนอาจได้ข้อมูลที่ผิดมา อย่างไรก็ดีตอนนี้นาย ไกรรัฐ สว่างเดือน   ได้แก้ไขปัญหาด้วยการกลับไปทำงานที่เดิมก่อน จนกว่าจะมีการตกลงกันได้ 

         ได้มีเพจดังเพจหนึ่งนำรายละเอียดข้อมูลการโกงเงินของนายไกรรัฐ สว่างเดือน  ออกมาแชร์ในเฟสบุ๊ค ซึ่งจากรายละเอียดที่แสดงรายการโกงนั้นมีหลายรายการมาก ซึ่งพอเข้าไปอ่านรายละเอียดที่นายไกรรัฐ สว่างเดือน  เก็บเงินจากนักเรียนก็น่าจะเป็นไปได้ถึงการโกงเงินโรงเรียนจริงๆ

          อันที่จริงข่าวการประท้วงของครูและนักเรียนไม่ควรจะเกิดขึ้น เมื่อที่จริงแล้วข่าวการโกงเงินโรงเรียนค่อนข้างจะเป็นข่าวดังจากเมื่อหลายปีก่อน ทางกระทรวงการศึกษาควรมีการตรวจสอบว่ามีความผิดจริงหรือไม่ หากพบว่าผิดจริงควรมีบทลงโทษที่รุนแรง และไม่ควรให้บุคคลนั้นต้องเข้าไปทำงานบริหารงานโรงเรียนอีก แต่ถ้าหากไม่มีความผิดจริงควรมีเอกสารหลักฐานเผื่อว่าถ้าต้องมีการย้ายไปทำงานที่อื่นจะมีเอกสารหลักฐานยืนยันกับทางโรงเรียนใหม่ได้ถึงความบริสุทธิ์ของตัวผู้อำนวยการเอง 

          กระทรวงควรมีกฎเกณฑ์และมาตราการในการรับคนที่มีความรู้ความสามารถและเป็นคนดีไม่โกงกินมาทำงานเพราะที่โรงเรียนคือจุดเริ่มต้นของการอบรมคนให้เป็นคนดี ถ้าผู้บริหารโรงเรียนยังไม่มีดีแล้วจะอบรมนักเรียนให้มาเป็นคนดีได้อย่างไร

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100