จักรยานที่เหมาะในการขับขี่ในเมืองนั้นต้องเป็นเจ้านี้เลย

จักรยานซิตี้ไบค์ ซึ่งมีความโดดเด่น และที่ไม่เหมือนใครหากจะเน้นคุณสมบัติด้านใดและไม่เหมือนกับรถจักรยานรุ่นอื่นๆอย่างเช่น  รถจักรยานพับได้ หรือจะเป็น รถจักรยานเสือภูเขารถจักรยานเสือหมอบ หรือจะเป็นจักรยานทัวร์ริ่งอีกคันเช่นกัน อย่างไรก็ตามในวันนี้เราก็จะมาสรุปผลให้เห็นถึงข้อแตกต่างกัน

หากเป็นการขับขี่บ่อย หรือใช้บ่อยเป็นรถจักรยานและที่เราสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันและไม่ยุ่งยาก หรือหยิบเอาออกมาปั่นได้สบายโดยที่เราไม่ต้องดูแลอะไรมาแล้วก็ไม่ยากต่อการเก็บรักษาอยู่ง่ายสบายแค่เราสูบลมแล้วก็ปั่นได้เลยอย่างง่ายดาย

ซึ่งเจ้าของนั้นก็ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากมาย หรือต้องมาคิดหนักในช่วงจะออกไปขับขี่รถจักรยาน หรือในแต่ละทีก็จะรวมไปถึงชุดขับขี่รถจักรยานใส่อะไรอยู่เราก็สามารถออกไปปั่นได้เลยในชุดนั้น ถึงแม้จะไม่ใส่ชุดกีฬาก็ตามก็ขับสบาย และต้องเป็นรถจักรยานที่ต้องขับขี่แล้วมีความรู้สึกสบาย มีตัวรถที่รู้สึกเบาและสามารถควบคุมบังคับรถได้ง่าย และต้องมีความทนทานอีกอย่างต้องแข็งแรงด้วยแล้วให้ความรู้สึกนุ่มนวลไม่แข็งกระด้างมากเกินไปและรับกับสภาพท่องถนนอย่างบ้านเราได้ด้วย

เมื่อขับขี่แล้วต้องไม่รู้สึกเหนื่อยหรือปั่นไม่สบาย แล้วไม่เหมาะสมกับสภาพท่องถนนในเมือง นอกจากนี้รถจักรยานในเมืองต้องถูกออกแบบมาตั้งแต่วัสดุของเฟรมรวมไปจนถึงอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเช่น ขนาดของยาง เป็นต้น

วิธีการดูแลรถจักรยานที่ใช้เป็นประจำสามารถดูแลได้อย่างง่าย ๆ

ซึ่งตัวคุณเองนั้นสามารถทำเองได้ที่บ้านแล้วทุกคนก็ยังสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเองซึ่งมีวิธีที่ ไม่ซับซ้อนแล้วก็ไม่ต้องการใช้เครื่องมือพิเศษใดๆหากคุณต้องการจะเปลี่ยนอุปกรณ์ที่มีความสึกหลอหรือตามอายุการใช้งานต่างๆหรือตามระยะเวลาของอะไหล่นั้นและที่สำคัญเลยต้องหาของได้ง่ายและหาของเทียบมาทดแทนได้ง่ายแล้วราคาก็ไม่แพงมากนัก

ซึ่งคุณภาพดีและความปลอดภัยนั้นขึ้นอยู่กับผู้ที่ขับขี่และทัศนวิสัยดี ซึ่งในการขับขี่รถจักรยานในเมืองนั้นการมองเห็นก็เป็นสิ่งรอบตัวที่เป็นสิ่งสำคัญมากทั้งในทางบวกซึ่งมันเป็นวิวทิวทัศน์อีกทั้งยังเป็นการดำเนินชีวิตรอบตัวหรือในทางลบก็คือเหตุอันตรายรอบตัวเรา

ซึ่งมีตั้งแต่พาหนะอื่นๆและคนเดินข้ามถนน ฝาท่อ หลุม เช่นกัน ในการขับขี่นั้นจำเป็นที่จะต้องเน้นไปในการมองสิ่งรอบตัวและห้ามก้มมองอยู่แต่กับถนนหรือรถจักรยานประเภทที่ขับขี่ตัวตั้งตรงรถจักรยานต้องสามารถรองรับการติดตั้งอุปกรณ์ที่มันจำเป็นต่อสำหรับผู้ขับขี่ อย่างเช่นตะกร้าสำหรับใส่ของเพื่อในการขับขี่ ไปซื้อของเป็นประจำ        

 

สนับสนุนเรื่องราวจาก รู้ทันบาคาร่า

คล็อปป์เผยความจริงของเกอิต้า จะลงสนามเจอกับเอฟเวอร์ตันหรือไม่

นาบี เกอิต้า มิดฟิลด์ลิเวอร์พูล

ได้รับบาดเจ็บตอนที่อบอุ่นร่างกายในช่วงก่อนเกมเชฟฯ ยูไนเต็ด โดยล่าสุดคล็อปป์ได้ออกมาบอกแล้วว่า เกอิต้าจะหายไม่ทันไปเล่นในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 กับ เอฟเวอร์ตันแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเขาจะต้องพักนานแค่ไหน

โดยในนัดที่ลิเวอร์พูล เปิดรังเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา เขาเกิดบาดเจ็บตรงโคนขาหนีบ ทำให้เขาไม่สามารถลงเล่นได้ และสุดท้าย เจมส์ มิลเนอร์ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแทน

กุนซือลิเวอร์พูลเผยว่า

ผมเองไม่รู้ว่าเขาจะเจ็บหนักขนาดไหน แต่ว่าเขาเกิดการบาดเจ็บตรงโคนขาหนีบ แต่ว่าเขาไม่สามารถลงเล่นในนัดที่พบเอฟเวอร์ตันได้แน่นอน ถึงแม้ว่าจะมีนักเตะที่มีประสบการณ์มากและน้อยปนๆกัน ผมก็มองว่ามันไม่ได้มีผลดีกับเกมเท่าไร แต่มันก็ต้องลงไปเล่นอยู่ดี มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว และผมเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมคิดว่าเกอิต้าบาดเจ็บในช่วงอบอุ่นร่างกายแน่ๆ

เพราะว่าเขาเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวแบบกะโผลกกะเผลก และแน่นอนเรื่องอาการบาดเจ็บของนักกีฬานั้นมันไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะมันทำให้ต้องพักฟื้นและอดเล่นเป็นตัวจริงในสนาม เพราะการที่คุณบาดเจ็บก็ทำให้เสียโอกาสหลายอย่างไปมากเหมือนกัน อย่างเกอิต้านี่ผมไม่รู้ว่าเขาบาดเจ็บเยอะหรือมากน้อยอย่างไร และไม่รู้ว่าต้องพักฟื้นนานหรือเปล่า แต่ต้องบอกเลยว่าเขาไม่สามารถลงเล่นเกมในวันอาทิตย์นี้ได้แน่นอน

ใครเป็นแฟนคลับเกอิต้าก็ขอให้คุณให้กำลังใจเขาด้วย ให้เขากลับมาลงสนามได้ไวๆ จะได้เล่นให้กับทีมและนำพาทีมไปชนะได้  เพราะการที่ได้ลงเป็นตัวจริงแสดงว่าเขาเองก็มีดีอยู่เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะเป็นตัวจริงได้อย่างไรล่ะจริงไหม ขอให้หายเร็วๆแล้วกัน เพื่อทีมหงส์แดงนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม คิดว่าทีมนี้คงจะนำเป็นจ่าฝูงอีกนาน เพราะเขามีฟอร์มการเล่นที่ดีอยู่แล้ว

 

สนับสนุนข่าวกีฬาโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

วันนี้ขอนำทุกท่านพบกับ  4 อันดับนักฟุตบอลที่อดีตเคยสร้างชื่อเสียงไว้โด่งดัง แต่ปัจจุบันใกล้จะพังแล้ว  ซึ่งจะมีใครกันบ้างนั้น จะมีนักเตะที่คุณชื่นชอบหรือเปล่า เชิญติดตามรับชมพร้อม ๆกันเลยครับ  

  1. มาริโอ เกิตเซ่

อันดับแรกนี้ถือเป็นหนึ่งในนักเตะในดวงใจของแฟนบอลหลายล้านคน  ซึ่งมาริโอ เกิตเซ่เองก็เคยมีช่วงเวลาที่พีคสุด ๆกับทีมสังกัดมาแล้วมากมาย  โดยเฉพาะกับการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก World Cup เมื่อปี 2014   

และแม้จะฝีเท้าดี แค่ไหน แต่อย่างไรเขาก็ยังไปได้ไม่สุด เพราะปัญหาใหญ่ของเกิตเซ่ คือ อาการบาดเจ็บที่ตามรบกวนอย่างหนักหน่วง  ประกอบกับตอนที่ย้ายไปเล่นให้บาเยิร์น มิวนิค ก็ไม่ได้เล่นตำแหน่งกองกลางตัวรุกอย่างที่ตัวเองถนัด ตอนเมื่อกลับต้นสังกัดเดิมที่ดอทมุนท์ ก็ยังคงเป็นเช่นเดิมอีกต่างหาก หนำซ้ำฟอร์มการเล่นก็ดรอปลง หากเป็นแบบนี้ต่อไปอาจต้องยอมปิดฉากการค้าแข้งลงก็เป็นได้   

 

  1. ดาเนียล  สเตอร์ริดจ์

ดาเนียล สเตอร์ริจ นักเตะกองหน้ากับท่าเต้นสุดกวนอันเป็นเอกลักษณ์  ในสมัยที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสรลิเวอร์พูล เพียงแค่นัดแรกที่ลงสู่สนามก็สามารถปราชัยคู่แข่ง ด้วยการจบสกอร์ไปได้อย่างเด็ดขาด แถมเป็นกำลังหลักของทีม คอยแอสซิสต์ และเป็นจอมสังหารที่สามารถพาลิเวอร์พูลไปอยู่บนสุดของตารางอันดับได้แบบสบาย ๆ   

แต่พอช่วงปลาย ๆฤดูกาลที่ 2 ร่างกายของเขาไม่อาจปฏิเสธกับอาการบาดเจ็บที่เกิดกับตัวเองแทบจะทุกนัดได้เลย ซึ่งจากที่เคยทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้ประตู  ก็ต้องมาพักฟื้นแบบที่เรียกได้ว่า ไม่มีกำหนดการอยู่อย่างนั้นมาเรื่อย ๆ จนมาบวกกับตอนที่ซาล่าได้มาเสริมทีมด้วยแล้ว เขาก็คงทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับความจริงจากการตัดสินใจของ  เจอร์เก้น คล็อปป์ 

 

  1. แจ็ค วิลเชียร์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เส้นทางอาชีพวิลเชียร์สมัยที่อยู่กับปืนใหญ่แรก ๆ ทักษะของเขาสามารถความฮือฮาให้กับแฟนบอลได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการเป็นนักเตะที่น้อยที่สุดของประวัติศาสตร์สโมสรอาร์เซน่อล 

แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมาโชคร้าย จากการพักฟื้นรักษาตัวข้อเท้าทั้งซ้ายและขวา ที่ไม่มีทีท่าว่าจะหายสักที  พอหายดีก็มีปัญหาที่ส่วนอื่นตามมาอีก ไม่ว่าจะ หัวเข่า หรือ กล้ามเนื้อ แจ็ควิลเชียร์ แน่นอนครับ เจ็บหนักขนาดนี้ จึงทำให้ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่น จนหลังจากหมดสัญญากับอาร์เซนอล แจ็ก วิลเชียร์ ต้องมากลับกลายเป็นนักเตะค่าตัวฟรีให้กับทีมเล็ก ๆอย่างสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปโดยปริยาย 

  1. อเล็กซานเดร ปาโต้

ต้องยอมรับตลอดช่วงเวลาที่นักเตะแซมบ้ารายนี้อายุราว ๆ  18 – 24 ปี เขาสามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่ประจักษ์ทั้งในสโมสร และทีมชาติ พร้อมทั้งเป็นที่หมายตาของหลาย ๆสโมสรยักษ์ใหญ่  

แต่ก็ต้องเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับแฟนบอลและเจ้าตัว  อเล็กซานเดร ปาโต้ ถูกอาการบาดเจ็บรังควานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เขาแทบไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมเลยในฤดูกาล 2011 – 2012  คราวที่ได้ลงก็ไม่สามารถช่วยโชว์ฟอร์มโหดได้เหมือนเก่า นานวันเข้าก็ยิ่งเริ่มถดถอย สุดท้ายแฟนบอลหมดศรัทธา สุปาโต้ก็ได้อำลาทีมแจ้งเกิดไปในที่สุด  

 

สนับสนนโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

ตำนานยังมีชีวิตอย่าง มิเกล อาร์เตต้า

หลังจากบอกลาจากตำแหน่งมือขวาของกุนซืออย่าง เป็ป กวาร์ดิโอล่า ของ แมนเชสเตอร์ซิตี้ เป็นทางการแล้วพร้อมกับการกลับมายังถิ่นเก่าที่เคยค้าแข้งอย่าง อารืเซน่อล ในฐานะของกุนซือ ด้วยค่าจ้าง 5 ล้านปอนด์ต่อปีสัญญานาน 3 ปี ครึ่ง

 

หลังจากที่ อาร์เซน่อล ปลดกุนซือคนเก่าอย่าง อุไน เอเมนี่ และให้กุนซือขัดตาทัพอย่าง เฟรเดอริก ลุมเบิร์ก เข้ามาคุมทีมเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ล่าสุดไอ้ปืนใหญ่ ได้กุนซือคนใหม่ที่เป็นเด็กเก่าของทีมปืนใหญ่ก็คือ  มิเกล อาร์เตต้า ที่หลังจากแขวนสตั๊ดก็ไปเป็นผู้ช่วยให้กับ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ของ แมนฯซิตี้ อยู่พักใหญ่และยังมีส่วนพาทีมคว้าแชมป์ต่างๆอีกมากมาย ล่าสุดก็มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยนัดที่จะพบกับ เอฟเวอร์ตัน ก็ยังจะเป็น ลุมเบิร์ก ยังคงคุมทีมอยู่

 

ปัจจุบันกุนซือวัย 37 ปี อย่าง มิเกล อาร์เตต้า เคยเล่นให้กับ อาร์เซน่อล ในช่วงปี 2011-2016 รวมการลงเล่นทุกรายการ 149 นัด และได้แขวนสตั๊ดและไปเป็นสตาฟโค้ชให้กับ แมนเชสเตอร์ซิตี้ และก็สร้างเสียงชื่อชมจากทั้งแฟนบอลและทีมผู้บริหารรวมไปถึงกุนซือของทีมอย่าง เป็ป กวาร์ดิโอล่า จนทุกคนคาดการกันว่าถ้าจะมีกุนซือคนใหม่ของทีม ก็น่าจะเป็น อาร์เตต้า เนี่ยหล่ะที่เหมาะสมที่สุด แต่ผลจากการที่ อาร์เตต้า ยังเหลือสัญญากับ ซิตี้ อยู่นั้นทำให้ อาร์เซน่อล ต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับทางซิตี้ เป็นเงิน 2 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 190 ล้านบาท เพื่อเอาตัวเขามาคุมทีม และก็ยังต้องจ่ายค่าสัญญาจ้างให้กับ อาร์เตต้า อีกปีล่ะ 5 ล้านปอนด์ด้วยสัญญา 3 ปีครึ่ง

 

ทั้งนี้ อาร์เตต้า จะเข้ามานำลูกทีมของเขาลงซ้อมในมื้อแรกก็ วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม 2562 โดยที่เกมล่าสุดที่จะพบกับ เอฟเวอร์ตัน ในวันเสาร์ที่ 21 นี้ จะยังให้ เฟรเดอริก ลุมเบิร์ก คุมทีมอยู่ก่อนโดย อาร์เตต้า จะแค่เข้าไปในดูในสนามเท่านั้นยังไม่มีการเริ่มงานแต่อย่างได โดยก่อนหน้านี้เช้าวันที่ 19 ธันวาคม อาร์เตต้า ได้เข้าไปอำลาผู้เล่นทีม แมนเชสเตอร์ซิตี้ และทีมงานสตาฟโค้ช ก่อนที่จะนำทีมลงซ้อมเป็นนัดสุดท้าย เพื่อไปคุมทีม อาร์เซน่อล และก็หนีไม่พบที่ต้องกลับมาเจอกับ เป็ป อย่างแน่นอนในฐานะคู่แข่งในพรีเมียร์ลีก 

 

มิเกล อาร์เตต้า เล่นให้กับ อาร์เซน่อล ตั้งแต่ปี 2011-2016 รวมประตูทุกรายการ 14 ประตู หากนับตั้งแต่เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพ อาร์เตต้า ลงเล่นไปทั้งหมด 427 นัดรวททุกสโมสรที่ได้ไปอยู่ ยิงได้ 61 ลูก หากดูจากการยิงแล้วอาจจะไม่เยอะเหมือนใครๆ แต่เขาคือคนที่ปิดทองหลังพระเป็นคนสร้างสรรค์เกมให้กับเพื่อนร่วมทีมและยังมีความเป็นผู้นำสูงอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท