กีฬาฟุตบอลกับการเป็นเจ้าบ้าน

ทำไมมีใครหลายๆคน ชอบพูดว่าถ้าได้มีการแข่งขันฟุตบอลแล้วทำไมเจ้าบ้านที่ต้อนรับถึงได้เปรียบผู้มาเยือนถิ่น

ใครเป็นคอกีฬาประเภททีมอย่างเช่น ฟุตบอล คงจะพอคุ้นเคยกับความเชื่อที่ว่า เจ้าบ้านมักได้เปรียบ หรือก็คือเจ้าบ้านมีโอกาสชนะมากกว่าคู่แข่ง เหตุผลที่ทำให้ได้เปรียบมีการอ้างไปหลายหลาก นอนที่บ้านกินที่บ้านย่อมสบายกว่าคู่แข่ง คุ้นเคยกับสนามมากกว่า หรือเตหุผลที่นิยมใช้ที่สุดคือมีกองเชียร์คอยให้กำลังใจมากกว่า

เรื่องเจ้าบ้านเป็นต่อไม่ได้มีเฉพาะกีฬาอย่างฟุตบอล มันแผ่ไปเกือบทุกกีฬาโดยเฉพาะกีฬาประเภททีม บาสเกตบอล อเมริกันฟุตบอล วอลเลย์ ตะกร้อ แต่ความเชื่อแบบนี้ถูกต้องแค่ไหน มีใครสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ เราจะมาลองพูดถึงเรื่องนี้กัน

ในปี 2012 นักเศรษฐศาสตร์กีฬาสองท่านคือ Tobias Moskowitz และ Jon Wertheim ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ “Scorecasting , The hidden influence behind how sports are played and games are won” ซึ่งเป็นผลงานที่ทั้งคู่ทุ่มเทศึกษา

โดยจะเน้นศึกษากีฬาประเภทที่มีการจัดการแข่งขันแบบ league หรือการจัดการแข่งขันแบบที่ทุกทีมจะต้องเจอกันหมดทั้งแบบเหย้า(เจ้าของสนาม)และเยือน(ไม่ใช่เจ้าของสนาม) เพื่อหาคำตอบว่าเจ้าบ้านได้เปรียบจริงหรือเปล่า และอะไรกันแน่ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดผลแบบนั้น ผลการศึกษาทางด้านสถิติของทั้งคู่ทำให้เราพูดได้เต็มปากแล้วว่า “เจ้าบ้านได้เปรียบ”

“เวลานักกีฬาเล่นที่บ้านของตนเอง ตามสถิติแล้วพวกเขาไม่ได้เล่นดีมากกว่านอกบ้าน พวกเขาไม่ได้ตีลูกเบสบอล หรือเตะส่งบอลได้ดีกว่า กองเชียร์ก็ไม่ค่อยมีผลต่อนักกีฬาเจ้าบ้านหรือไปก่อกวนนักกีฬาผู้มาเยือนมากนัก”

แล้วอะไรกันแน่ที่ทำให้เจ้าบ้านชนะมากกว่า? คำตอบสั้นๆ “กรรมการ” Moscowitz และ Wertheim พบว่า กรรมการค่อนข้างที่จะเอาใจเจ้าบ้าน อาจจะเป็นการบอก Strike รอบที่สามในเบสบอล หรือ การให้ลูกโทษในกีฬาฟุตบอล และเหตุผลที่กีฬาฟุตบอลมีสถิติเจ้าบ้านเป็นฝ่ายชนะมากกว่าในกีฬาอื่นถึง 10% ก็เพราะว่ากีฬาฟุตบอลเป็นเพียงกีฬาเดียวที่กรรมการแทบจะสามารถควบคุมผลแพ้ชนะได้ด้วยการเป่านกหวีดลูกโทษ

ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าเราควรจะเชียร์ทีมรักแบบไหนดี