ข่าวสาร ข้อมูล สื่อต่างๆ ที่ข้อเกี่ยวกับกีฬาทุกชนิด

Category: ข่าวทั่วไป

เย้ยกฏหมายไม่แคร์โควิด-19

โจ๋เสพยา จัดปาร์ตี้ริมสระ ในโรงแรมดังกลางเมืองเชียงราย เย้ยกฏหมายไม่แคร์โควิด-19

      วัยรุ่นชายหญิงรวมตัวกัน 20 กว่าคนจัดปาร์ตี้ริมสระไม่แคร์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ไม่สน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และไม่กลัวกฎหมาย    ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองประจำจังหวัดเชียงรายโรงแรมดังเนื่องจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ทำการร้องเรียนเข้าไปเพราะพบว่ามีการเข้ามาเปิดห้องพักแล้วจัดงานปาร์ตี้กันพร้อมทั้งส่งเสียงดัง  

      เมื่อเวลา ห้าทุ่ม ของเมื่อคืนที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้โรงแรมดังแห่งหนึ่งว่าให้มาตรวจสอบที่โรงแรมแห่งนี้เนื่องจากพบว่ามีวัยรุ่นจำนวนมากทั้งชายและหญิงมีการพบปะจัดงานสังสรรค์กันและมีการกินเหล้ากินเบียร์เสพยารวมถึงตอนนี้มีสภาพเมาสุราและเมายากำลังมั่วสุมกันอย่างสนุกอีกทั้งบางคนยังถึงขนาดไม่ใส่เสื้อผ้าเลยก็มีซึ่งชาวบ้านยังได้บอกอีกว่าเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้มีการจัดงานเลี้ยงกันตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาซึ่งตอนนี้ก็ผ่านไป 2 วันแล้วแต่ก็ยังไม่มีเลิกราและยังคงส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบ

    ละเมิดเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงที่โรงแรมดังกล่าวก็พบว่ามีการใช้สารเสพติดจริงๆทั้งยาอีและยาไอซ์รวมถึงมีการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งจากการเช็คกับทางเจ้าหน้าที่โรงแรมพบว่าวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวมีการมาเปิดห้องพักจำนวน 3 ห้องและมีการจัดเรียงกันอยู่ริมสระหน้าห้องซึ่งทั้งหมดมีอาการมึนเมาคล้ายๆเมายาเสพติดและเมาสุราบางคนเมาหนักมากถึงขนาดถอดเสื้อผ้าและเมื่อตรวจสอบพบว่าผู้ที่เริ่มจัดงานเลี้ยงในครั้งนี้

ก็คือนายนิรันดร์โดยนายนิรันดร์ยอมรับสารภาพว่าได้มีการเชิญชวนกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้มาจากทุกจังหวัดซึ่งตัวแต่นี้มันเองนั้นเป็นชาวจังหวัดตราดและได้มีการติดต่อพูดคุยกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ผ่านทางช่องทางไลน์และนัดแนะการเพื่อจะเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดเชียงรายและเปิดห้องพักเพื่อทำการปาร์ตี้ยาอีกัน 

จนเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางเข้าจับกุมในที่สุด  ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดจากพี่กลุ่มวัยรุ่นมีการจัดงานกันเสียงดังเกินไปทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นได้รับความไม่สะดวกและรำคาญจึงได้โทรไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบจึงพบว่าทั้งหมดมีการร่วมกันใช้สารเสพติดซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการตั้งข้อหาเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดแล้ว

และอาจจะต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าจะถูกแจ้งข้อหาฐานความผิดละเมิดประกอบฉุกเฉินรวมถึงไม่ทำตามกฎหมายที่มีการร้องขอว่าห้ามรวมตัวกันหรือไม่ ทั้งนี้วัยรุ่นทุกคนที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้จะมีการถูกนำตัวไปตรวจสอบหาสารเสพติดในร่างกายและถูกดำเนินคดีเป็นรายบุคคลอีกครั้ง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

แม่เลี้ยงสั่งกักตัวลูกวัย 7 ขวบไว้ในรถเพราะกลัวติดโควิด-19

   ที่จังหวัดนครปฐมได้มีผู้ใช้ Facebook รายนึงมีการโพสต์ภาพเด็กชายอายุน่าจะประมาณ 7 ขวบกำลังนั่งเล่นอยู่ที่บ้านร้างโดยข้อความใน Facebook ระบุว่าแม่เลี้ยงใจร้ายไล่ให้เด็กชายอายุ 7 ขวบมาอยู่ที่บ้านร้างเพราะกลัวติดเชื้อไวรัสโควิด-19จากเด็กซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทั้งนักข่าวจึงได้ลงไปในพื้นที่เกิดเหตุและเป็นบ้านของเด็กชายวัย 7 ขวบที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ซึ่งเมื่อไปถึงนักข่าวก็พบกับแม่เลี้ยงของเด็กชายวัย 7 ขวบคนดังกล่าวโดยสมมุติว่าเธอชื่อนางพร 

เธอให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะเป็นความเข้าใจผิดของชาวบ้านที่อาตมาเห็นเหตุการณ์แล้วรู้ข้อมูลไม่ครบถ้วนซึ่งจะได้ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าในตอนนี้เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่แล้วเด็กชาย วัย 7 ขวบก็ติดเชื้อไวรัสโควิด-19เธอจึงเกรงว่าเชื้อไวรัสดังกล่าวจะมาติดเธอซึ่งกำลังตั้งครรภ์อยู่เธอจึงได้ตกลงกับเด็กชายวัย 7 ขวบว่าจะต้องมีการกักตนเอง

เด็กชายก็ยอมรับเงื่อนไขซึ่งปกติแล้วเธอจะให้เด็กชายนอนอยู่ในรถหน้าบ้านแต่ในวันดังกล่าวที่มีเพื่อนบ้านถ่ายรูปได้นั้นมีเพื่อนบ้านอีกคนนึงสงสารเด็กที่ต้องอยู่ในรถจึงได้ไปปูเสื่อให้เด็กชายคนดังกล่าวไปนอนอยู่ตรงบ้านร้างโดยให้เด็กนั่งอยู่ที่บ้านร้างแค่ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้นส่วนกลางคืนเด็กก็กลับมานอนที่บ้านเหมือนเดิมแต่เพื่อนบ้านคนที่ถ่าย Facebook ไปอาจจะเห็นแค่ตอนอยู่ตอนกลางวันก็เลยนำรูปไปโพสข้อความดังกล่าวสร้างความเสียหายมาให้กับตนเองนางพรยังบอกด้วยว่าเด็กชายวัย 7 ขวบเป็นเด็กเกเรพูดจาไม่ค่อย

เพราะแล้วที่สำคัญเป็นเด็กติดเกมขึ้นครั้งหนึ่งเด็กชายวัย 7 ขวบยังเคยขโมยบัตร ATM ของเธอไปกดเงิน 9,000 บาทเพื่อไปซื้อเกมทำให้เธอต้องดัดนิสัยเด็กชายทั้งนี้ก่อนหน้านี้เธอเคยประสานงานไปทางแม่ของเด็กเพื่อให้มารับตัวเด็กไปเลี้ยงแต่แม่ของเด็กไม่ยอมรับเลี้ยงเด็กคนดังกล่าวเธอจึงต้องเป็นผู้รับเลี้ยงเด็กเองนางพรยังบอกอีกว่าเธอไม่ได้รังเกียจเด็กเพียงแต่ว่าเธอกลัวที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เธอจึงได้คุยกับเด็กและให้เด็กกับตัวเองเป็นระยะเวลา 14 วันก่อนซึ่งยืนยันได้ว่าเธอไม่ได้มีเจตนาให้เด็กชายคนดังกล่าวก็อยู่นอกบ้านจริงๆในขณะนี้พบว่าเด็กยังไม่มีอาการมีไข้หรือมีอาการอะไรแต่เพื่อความปลอดภัยจึงต้องมีการกักตัวเด็กให้ห่างจากคนอื่นไปก่อน

     จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถึงแม้ว่าเด็กจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่การที่ปล่อยให้เด็กไว้แค่เพียง 7 ขวบนั้นไปนอนอยู่นอกบ้านไม่ว่าจะเป็นนอนอยู่ในรถหรือแม้แต่นอนอยู่ที่บ้านร้างก็ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งเพราะเด็กยังเล็กมากจนเกินไปยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ งั้นควรจะหาห้องว่างให้เด็กอยู่แต่ในห้องนั้นแทนที่จะเป็นการดีที่สุดซึ่งปัจจุบันนางสาวพรซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของเด็กวัย 7 ขวบที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้มีการเปลี่ยนให้เด็กมาอาศัยอยู่ในบ้านแล้วโดยให้เด็กย้ายไปอยู่ในห้องพระแทน 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    aesexy

นายอำเภอจังหวัดน่านชี้แจงยกปืนขึ้นฟ้าขู่ชาวบ้าน

       จากเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่คลิปอยู่ในขณะนี้เรื่องของการทะเลาะวิวาทกันระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่มีทั้งสารวัตรกำนันผู้ใหญ่บ้านรวมถึงในอำเภอที่เดินทางไปบ้านของชาวบ้านคนหนึ่งที่มีการจัดงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่โดยทั้งคู่ได้ปะทะคารมและมีเหตุทำร้ายร่างกายกันเนื่องจากว่าทางชาวบ้านเองก็ไม่ยอมที่จะหยุดการจัดงานเลี้ยงและไม่พอใจที่ทางในอำเภอมาสั่งให้หยุดจัดงาน

ซึ่งในคลิปจะเห็นว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งได้ทำร้ายสารวัตรกำนันด้วยการกระโดดถีบส่งผลให้ในอำเภอที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องยกปืนขึ้นเพื่อขู่ให้ประชาชนหยุดทะเลาะกันหลังจากที่กิ๊ฟนี้มีการเผยแพร่ออกไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดน่านก็ได้ออกมาประกาศจะมีการตรวจสอบการทำงานของนายอำเภอที่ถืออภิสิทธิ์ยกปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ชาวบ้านซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งส่วนชาวบ้านเองก็จะมีการส่งตรวจสอบเกี่ยวกับการกระทำที่มีการเข้าไปทำร้ายร่างกายของกลุ่มข้าราชการ

      หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ออกมาชี้แจงเรื่องของการตรวจสอบการทำงานของนายอำเภอนั้นนักข่าวก็ได้ลงไปสอบถามในอำเภอถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในอำเภอได้มีการชี้แจงว่าสาเหตุที่ต้องมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อต้องการที่จะหยุดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทเนื่องจากว่าตอนก่อนที่จะมีการถ่ายคลิปเป็นนั้นเหตุการณ์เกิดขึ้นมาจากที่วัดกำนันเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อขอร้องให้หยุดการจัดงาน

เนื่องจากพบว่ามีประชาชนเดินทางไปร่วมงานกันเป็นจำนวนมากและแต่ละคนก็ไม่ได้มีการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาโดยไม่มีใครที่จะใส่หน้ากากอนามัยหรือมีเจลล้างมือตามมาตรฐานที่มีการระบุเอาไว้เลยและที่สำคัญณตอนนี้ทางราชการเองก็มีการขอร้องประชาชนงดเว้นการจัดงานดังกล่าวดังนั้นทางสารวัตรกำนันจึงไปติดต่อบ้านหลังดังกล่าวก็ทำตามหน้าที่

แต่เนื่องจากว่าที่งานมีกลุ่มชาวบ้านซึ่งกำลังเมาสุราหนักๆจึงทำให้ไม่พอใจที่เห็นว่ามีข้าราชการเดินทางไปห้ามปรามไม่ให้มีการจัดงานจึงได้เกิดการทะเลาะกันขึ้นทางสารวัตรกำนันเห็นท่าไม่ดีจึงได้เดินทางไปที่รถเพื่อไปนำปืนตัวเองออกมาเอาไว้เพื่อป้องกันตัวแต่เกิดถูกชาวบ้านมีการแย่งปืนของสารวัตรกำนันไปรวมถึงมีชาวบ้าน

บางคนที่ตบหน้ากำนันจะทำร้ายสารวัตรกำนันทำให้ตนเองที่เป็นผู้บังคับบัญชาต้องช่วยเหลือลูกน้องของตนเองจึงได้ยกปืนขึ้นเพื่อหวังที่จะให้ชาวบ้านหยุดการกระทำที่รุนแรงลงเท่านั้นไม่ได้หวังจะทำร้ายร่างกายชาวบ้านแต่อย่างใด 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ีดฟิำะ

พ่อเลี้ยงทารุณลูกเลี้ยงวัย 7 ขวบกัดอวัยวะเพศแถมยังบีบคอจนตาย 

มีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดเกิดขึ้นโดยเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของสนราษฎร์บูรณะได้รับแจ้งความจากทางโรงพยาบาลว่ามีเด็กถูกส่งตัวเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลแต่ว่าเด็กเสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลและสภาพของเด็กนั้นมีร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกายรวมถึงถูกตัดอวัยวะเพศจนเกือบขาด

  เจ้าหน้าที่เดินทางไปยังโรงพยาบาลจึงได้สอบถามทางแม่ของเด็กที่นำพาเด็กมาส่งที่โรงพยาบาลพบว่าเด็กมีอาการตัวแข็งและลิ้นจุกปากซึ่งตนเองมาพบว่าลูกมีอาการดังกล่าวช่วงเวลาประมาณ 03:00 นรีบพาลูกมาส่งที่โรงพยาบาลโดยก่อนหน้านั้นตนเองได้ไปทำงานแล้วกลับมาถึงบ้านช่วงเวลา 2:00 นซึ่งตนเองสังเกตเห็นว่าปกติลูกมักจะตื่นขึ้นมาคุยด้วย

แต่ในวันนี้ลูกกลับนอนแน่นิ่งแล้วมาดูลูกใกล้ๆพบว่าลูกนอนลิ้นจุกปากตัวแข็งจึงพาลูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเมื่อคุณหมอแจ้งว่าลูกตายตั้งแต่ก่อนพามาโรงพยาบาลแล้วจึงค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่ทำร้ายลูกก็คือสามีใหม่ของตนเองนั่นเองซึ่งภายหลังจากที่ทางนายแพทย์ตรวจสอบพบว่าเด็กน้อยวัย 7 ขวบมีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายทั่วตัวมีทั้งรอยกัดและรอยช้ำลักษณะของการบีบคอจนเสียชีวิต

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวพ่อเลี้ยงคนดังกล่าวซึ่งต่อมาทราบชื่อว่าเป็นไงเบียร์อายุเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้นเลยได้เบียร์ยอมรับสารภาพว่าได้มีการทำร้ายเด็กชายคนดังกล่าวจริงเนื่องจากไม่พอใจที่เด็กชายคนดังกล่าวชอบใช้คำพูดที่ไม่สุภาพกับตนเองและต้องการตนเองมาโดยตลอดจนโมโหจึงได้มีการลงมือกัดและพลั้งมือทำร้ายด้วยการบีบคอเด็กเป็นถึงแก่ความตายหลังจากนั้นกลัวความผิดจึงได้นำเด็กไปนอนบนที่นอนแล้วนำผ้ามาห่มให้และรอจนแม่เหล็กกลับมาจึงทำให้แม่เด็กรู้เรื่องว่าลูกเสียชีวิต

ดังกล่าวซึ่งหลังจากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไปพ่อที่แท้จริงของเด็กก็ได้เดินทางเข้ามารับศพลูกเพื่อจะนำไปฌาปนกิจศพด้วยตนเองโดยพ่อของเด็กให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่ารู้สึกสงสารลูกมากที่ลูกต้องมาเจอแบบนี้ก่อนหน้านี้เคยพยายามจะพาลูกไปอยู่ด้วยแต่แม่เด็กไม่ยอมจึงทำให้ตนเองไม่สามารถที่จะพาลูกไปอยู่ด้วยได้

ถ้าหากลูกไปอยู่กับตนเองลูกก็คงไม่มาจบชีวิตแบบนี้ส่วนแม่ของเด็กนั้นบอกว่าคบกับพ่อเลี้ยงคนดังกล่าวมาประมาณ 1 ปีกว่าแล้วแต่ไม่เห็นว่าพ่อเลี้ยงจะมีพฤติกรรมทำร้ายเด็กเกิดเมื่อมาประมาณเดือนที่แล้วเห็นว่าร่องรอยบนตัวเด็กมีรอยโดนกัดแต่ถ้ามีใหม่ก็บอกว่าเป็นการเล่นกันกับลูก ซึ่งตนเองกำลังเก็บเงินเพื่อจะพาลูกย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแต่ก็มาพบว่าลูกเสียชีวิตซะก่อน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

ดาราพากันเจอดราม่า

ดาราพากันเจอดราม่า คนเตือนอย่าอวดอาหารการกินในช่วงนี้ เพราะคนเดือดร้อนและไม่มีเงินซื้อของกินมีเยอะ

          กำลังมีกระแสร้อนแรงมากมายในขณะนี้ในโลกโซเชียลที่มีการพูดถึงเหล่าดาราทั้งหลายที่มีการโพสต์ของกินของใช้ภายในบ้านซึ่งหลายคนก็มาเขียนทวงติงถึงเหล่าดาราที่มีการโพสต์ของกินบนโต๊ะอาหารว่าไม่ควรที่จะนำของกินมาโพสต์ให้คนอื่นเห็นเพราะตอนนี้บรรดาคนที่ติดตามเราดาราก็มีบางคนที่ได้รับความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากปัญหาการระบาดของไวรัส โควิด-19

ดังนั้นการนำมาโพสต์อวดเหมือนเป็นการซ้ำเติม FC ที่คอยติดตามดาราการต่อว่าดาราในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เพียงคนเดียวเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นอั้มพัชราภา   หรือว่าเนยโชติกา  ฉันก็เจอดราม่าคนโอนเข้ามาท้วงติงเรื่องของการโพสต์ภาพอาหารบนโต๊ะด้วยกันทั้งสิ้นซึ่งดาราทั้งหลายต่างก็ออกมาอธิบายถึงสาเหตุที่มีการโพสต์ภาพอาหารรวมถึงมีการสั่งอาหารมาเยอะแยะว่าอาหารที่สั่งมานั้นเป็นการสั่งมาจากร้านอาหารซึ่งร้านเหล่านั้นได้รับผลกระทบ ซึ่งการที่เราดารานำรูปภาพอาหารมาโพสต์ก็เพื่อเป็นการโปรโมทให้ร้านค้านั้นๆได้มีลูกค้าเข้าไปสั่งอาหาร

ซึ่งถือว่าเป็นการส่งเสริมร้านค้าให้สามารถขายอาหารได้ในช่วงที่กำลังมีการวิกฤตอยู่ในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นทางอั้มพัชราภาเองหรือแม้แต่เนยโชติกาเองต่างก็ออกมาชี้แจงเหตุผลของตนเองรวมถึงทั้ง 2 ท่านก็ยังมีการระบุว่าได้มีการทำบุญกับทางโรงพยาบาลหรือตามมูลนิธิต่างๆไปหลายที่แล้วเพียงแต่ว่าไม่ได้มีการมาออกโฆษณาว่าตนเองไปทำที่ไหนบ้างแต่ถ้าหากใครไม่เชื่อก็สามารถเอาสลิปให้ดูได้เช่นเดียวกัน

     อันที่จริงไม่ว่าเหล่าดาราจะช่วยเหลือชาวบ้านหรือไม่ก็ตามนั้นเป็นสิทธิ์ของดาราคนนั้นเราไม่สามารถไปบังคับเขาได้เพราะจริงๆแล้วเขาเองก็คือพลเมืองประชาชนคนหนึ่งในประเทศของเราเหมือนกันไม่ใช่ว่าเขาเป็นดาราแล้วจะต้องมาบังคับให้เขาต้องมาบริจาคหากเราต้องการบริจาคก็ควรจะเป็นความต้องการของคนๆนั้นเอง

ส่วนเรื่องของการโพสต์ภาพอาหารการกินหากไม่อยากเห็นก็แค่เพียงเลิกติดตามไม่ต้องเข้าไปดู Instagram หรือว่า Facebook ของดาราเหล่านั้นเท่านั้นเองซึ่งการที่หลายคนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์แล้วไปต่อว่าเหล่าดาราที่มีการโพสต์อาหารการกินต่างๆรวมถึงวิธีการที่ไม่มีการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือคนจนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเพราะคนที่มีการโพสต์ด่าหรือต่อว่าดารานั้น เหมือนกันกำลังอิจฉาเหล่าดารานั่นเอง 

 

 

สนับสนุนโดย  gclub ฟรีสปิน

ถูกรถ 6 ล้อพุ่งชนเสียชีวิต

หนุ่มชะตาขาดนอนอยู่ใต้ท้องรถพ่วง ถูกรถ 6 ล้อพุ่งชนเสียชีวิตลากร่างไกลถึง 15 เมตร

  หลายคนอาจจะเคยเห็นรถบรรทุกส่วนใหญ่ที่จอดอยู่ริมถนนเพราะจะมีการผูกเปลนอนอยู่ใต้ท้องรถซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เกิดขึ้นจากการที่มีผู้ชายคนหนึ่งจอดรถพักผ่อนอยู่ริมถนนแล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่เศร้าสลดขึ้นด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี มีรถบรรทุกพ่วงคันหนึ่งเป็นรถบรรทุกที่มีล้อจำนวนมากถึง 30 ล้อ   เขาได้จอดรถรออยู่ที่หน้าโรงงานแห่งหนึ่งเพื่อที่จะรอเอาเสาลงจากรถ

ซึ่งระหว่างที่เขารอที่จะเอาเสาลงจากรถของเขาน้ั้น เขาได้ผูกเปล นอนหลับรออยู่ใต้ท้องรถพ่วงของเขา แล้วจู่จู่มันก็มีรถเทเลอร์อีกคันขับมาชนรถของเขาทำให้ตัวของเขากระเด็นล่วงลงมาจากเปล แล้วเสียชีวิตข้างทาง สภาพเสียชีวิตคาเปล ซึ่งร่างกระเด็นออกมาจากรถบันทุกถึง 15 เมตรด้วยกัน สภาพศพมีกระดูดใบหน้าหักรูปร่างใบหน้าบิดเบี้ยว  ซึ่งคนที่ขับมาชนรถพ่วงเขาได้รับยอมรับกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เราขับรถบรรทุกมานั้นเขาเกิดวูบขึ้นมาส่งผลให้รถของเขาไปชนกับรถพ่วงที่จอดทิ้งไว้ทำให้ผู้ที่นอนอยู่ในเปลใต้ท้องรถกระเด็นตกลงมาเสียชีวิตทันที 

ซึ่งคนขับชื่อว่าคุณเอกสฤษ์ ส่วนคนตายชื่อว่าคุณธีระพัฒน์  ซึ่งเมื่อหกล้อชนเสร็จแล้วรถหกล้อก็คว่ำด้วยเช่นกัน  หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ทางผู้สื่อข่าวได้ลงไปสอบถามไปคุยกับ รปภ. ของโรงงาน โดย รปภ. คนดังกล่าวชื่อว่าคุณพัน  ซึ่งให้ข้อมูลว่าที่โรงงานมักจะมีรถพ่วงมาจอดอยู่ที่หน้าโรงงานเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะต้องเอาของมาลงโดยต้องรอคิวกันลงของ

ซึ่งคนขับรถพ่วงส่วนใหญ่มักจะได้นอน น้อยเวลาที่ต้องมาจอดรถรอส่งของเป็นเวลานานนานก็มักจะ จอดรถเอาไว้แล้วเอาเปลมาผูกนอนหลับรอกันทั้งนั้น ตอนที่เกิดเหตุทาง รปภ. ก็ได้ยินเสียง ยังคิดว่าเป็นการขับรถชนกันธรรมดาและไม่คิดว่าจะมีคนตายเกิดขึ้น  ซึ่งจากการสันนิฐานคิดว่า ตอนเกิดแรงปะทะของรถสายเปลที่ผูกไว้น่าจะขาด จึงทำให้คนตายตกลงมาจากเปลแล้วถูกรถหกล้อลากร่างออกไปอีก 15 เมตรทำให้เขาถึงแก่ความตาย โดยทาง รปภ. ก็ได้กล่าวว่าน่าจะเป็นผลมาจากบาปกรรมของแต่ละคนจึงทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

ก็อย่างที่เราทราบกันดีว่ารถพ่วงก็จอดรถอยู่ข้างถนนไม่ได้ไปเกะกะขวางทางรถคันอื่นบนถนนอยู่แล้วแต่ก็ยังมีอุบัติเหตุมีคนขับรถหลับในตรงจังหวะช่วงที่คุณธีรภัทรนอนหลับอยู่ตรงนั้นพอดีจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าแบบนี้เกิดขึ้นได้ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี

ล่าตัววินจักรยานยนต์เถื่อนเบอร์ 29

      เมื่อวันที่ 7 เดือนเมษายนปีพศ. 2563 เวลาประมาณ 17:00 นเจ้าหน้าที่ตำรวจเขตยานนาวาได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายป้าน้อยอายุ 56 ปีเปิดร้านขายของชำอยู่ถนนย่านสาทรได้ถูกคนร้ายทำทีเข้าไปซื้อของแล้วก็มีทรัพย์สินไปอีกทั้งเมื่อพยายามจับกุมตัวคนร้ายก็ทำให้ถูกคนร้ายลากไปกับถนนจนได้รับบาดเจ็บซึ่งเรื่องราวดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบปัญหาและกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายโดยตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่มีการติดตามถนนเอาไว้ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองได้มีการให้ข้อมูลกับทางผู้เสียหายว่าจะเร่งติดตามตัวคนร้ายดำเนินคดีให้ได้ภายใน 7 วัน

     สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวทางลูกชายของผู้เสียหายเองรวมถึงคำพูดไปหาเองก็ได้มีการให้ข้อมูลกับทางนักข่าวและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในวันเกิดเหตุนั้นมีผู้ชายรูปร่างผอมสูงและผิวดำสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์เบอร์ 29 แต่ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นวินมอเตอร์ไซค์ของเขตไหนเดินเข้ามาสั่งซื้อเบียร์ประมาณ 2 ลังโดยเบียร์ 1 ลังเป็นเบียร์แช่เย็นอีก 1 ลังเบียร์ไม่แช่เย็น

ซึ่งระหว่างนั้นทางวินมอเตอร์ไซค์ก็ทำทีพูดคุยโทรศัพท์อยู่กับคนอื่นและเมื่อทางบินได้มีการสั่งเบียร์ป้านายซึ่งเป็นแม่ค้าขายของอยู่ที่ร้านคนเดียวก็ได้หันไปหยิบขวดเบียร์ใส่ถุงระหว่างนั้นเมื่อหันกลับมาก็พบว่าลิ้นชักภายในร้านมีการถูกเปิดออกและเงินจำนวนหนึ่งหายไปป้านายซึ่งเป็นเจ้าของร้านจึงได้หันไปถามวินมอเตอร์ไซค์ว่าได้มีการเอาเงินในลิ้นชักไปหรือไม่

ซึ่งทางวินมอเตอร์ไซค์เองก็ได้มีการปฏิเสธแต่ถ้านายต้องการขอค้นตัวทางวินมอเตอร์ไซค์ไม่ยอมจึงมีการเกาะแขนวินมอเตอร์ไซค์เอาไว้แต่วินมอเตอร์ไซค์ก็ลากว่านายไปด้วยสตาร์ทรถไปทำให้ป้านายถูกลากไปตามท้องถนนจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งวินมอเตอร์ไซค์สามารถหนีไปได้ตามเป้าหมายที่เป็นเจ้าของร้านจึงได้มาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทรัพย์สินที่หายไปนั้นมีเงินประมาณ 6,000 บาทซึ่งปัญหาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าวินมอเตอร์ไซค์คนดังกล่าวมักจะเดินทางมาซื้อของที่ร้านค้าประจำ

ส่วนใหญ่ก็จะมีการซื้อบุหรี่แต่ก็ไม่เคยเห็นหน้าเพราะว่าจะใส่หมวกกันน็อคอยู่ตลอดเวลา  หลายคนมีการสงสัยว่าใดไม่สงสัยว่าวินมอเตอร์ไซค์ซื้อเบียร์ไปทำไมถึง 2 ลังทั้งทั้งที่เอารถมอเตอร์ไซค์มาเท่านั้นแต่ขนของไปได้อย่างไรนั้นไปไหนบอกว่าไม่ได้คิดสงสัยอะไรเพราะว่าคิดว่าอาจจะซื้อของไปให้ลูกค้าหรืออาจจะซื้อเบียร์ไปกินกับเพื่อนในเวรด้วยกันจึงไม่ได้เกิดความสงสัยและวินมอเตอร์ไซค์คนดังกล่าวก็มาซื้อของที่ร้านบ่อยยังไม่ได้คิดอะไรอันนี้ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้เพราะถือว่าเป็นคดีอุกอาจที่ก่อเหตุย่านที่มีคนถูกผ้าหนาแน่น 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  www.ufabet.com ยินดีให้บริการคะ เฮง เฮง นะคะ

ตามหาน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ

ตามหาน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบหายออกจากบ้าน พระกับหมอผีทำนายหากภายในเก้าโมงเช้าไม่พบเด็กตายแน่นอน

            ขณะนี้ได้มีการประกาศตัวตามหาเด็กหญิงชมพู่อายุเพียง 3 ขวบเท่านั้นซึ่งน้องหายตัวออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 เดือนพฤษภาคมปี  พ.ศ. 2563 ซึ่งครอบครัวของน้องชมพู่นั้นเป็นคนจังหวัดมุกดาหารซึ่งพ่อแม่ของเด็กนั้นยืนยันว่าเด็กหายออกจากบ้านทุกคนในหมู่บ้านพากันตามหาน้องชมพู่ตั้งแต่วันที่หายจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครพบตัวน้องซึ่งในแต่ละวันทุกคนจะออกตามหาน้องชมพู่

ตั้งแต่เช้าจนมืดค่ำเบื้องต้นพ่อแม่ของน้องชมพู่ได้พากันมาแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้วโดยมีทางผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้พาพ่อแม่มาแจ้งความลักษณะรูปพรรณสัณฐานของน้องชมพู่นั้นน้องจะมีลักษณะใบหน้ากลมผิวของน้องจะเป็นสีดำแดงซึ่งน้องมีส่วนสูงอยู่ที่ประมาณ 85 cm สำหรับบ้านของน้องนั้นเป็นบ้านที่ปลูกอยู่ท้ายหมู่บ้านซึ่งพื้นที่ของบ้านนั้นอยู่ติดกับสวนมันสำปะหลังและมีป่ายาง

ซึ่งหากเรามองรอบๆบริเวณบ้านของน้องชมพู่จะเห็นได้ว่ารอบตัวบ้านของน้องชมพู่นั้นเต็มไปด้วยป่าไม่ว่าจะเป็นป่ามันสําปะหลังหรือแม้แต่ปลายางก็ตามเป็นต้นไม้ที่ขึ้นรกและสูงชันมากซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันต่างก็พากันมาให้กำลังใจและช่วยกันออกตามหาน้องชมพู่ตั้งแต่วันที่ 11 เดือนพฤษภาคมแล้วและในขณะเดียวกันทั้งครอบครัวของน้องชมพู่นอกจากจะพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามหาน้องชมพู่แล้ว

ก็ยังได้มีการไปอัญเชิญพระสงฆ์รวมถึงหมอดูให้มาช่วยดูและทำพิธีเปิดป่าให้ซึ่งหลังจากที่พระสงฆ์ได้มีการทำพิธีด้วยการนั่งสมาธิก็กลับมาบอกกับพ่อแม่ของน้องชมพู่ว่าวิธีการเปิดป่าได้สำเร็จแล้วซึ่งให้ทุกคนออกตามหาน้องชมพู่อีกครั้งหนึ่งโดยมีการบอกกับพ่อแม่ของน้องชมพู่ด้วยว่าหากพ้นจากวันที่ 14 พฤษภาคมปีพศ 2563 หลังจาก 9:00 นไปแล้ว

ไม่พบตัวน้องชมพู่แสดงว่าน้องชมพู่ได้เสียชีวิตไปแล้วซึ่งคำทำนายนี้นอกจากจะเป็นทำนายของพระสงฆ์แล้วทางหมอดูเองก็ได้มีการทำนายเช่นเดียวกันกับพระสงฆ์ทำให้พ่อแม่ของน้องชมพู่ต่างรู้สึกกระวนกระวายใจและร้องไห้คร่ำครวญต้องการตัวน้องชมพู่กลับมาให้ได้เบื้องต้นจากการสำรวจพื้นที่รอบๆบริเวณบ้านของน้องชมพู่นั้นไม่มีบ่อน้ำจึงไม่สามารถที่จะเป็นไปได้ว่าน้องจมน้ําเสียชีวิตแต่ในรัศมี 10 เมตรรอบบ้านนั้นครอบครัวของน้องชมพู่ก็ได้มีการตรวจสอบไปหมดแล้วแต่ก็ไม่พบซึ่งตอนนี้ได้มีการขยายพื้นที่ออกไปอีกเป็น 500 เมตร กลับวันที่น้องชมพู่หายตัวไปนั้น

พ่อแม่ของน้องบอกว่าในวันดังกล่าวนั้นพ่อแม่ออกไปทำธุระปล่อยให้น้องชมพู่อยู่กับพี่สาวอายุ 13 ปีที่บ้านกันสองคนพี่น้องโดยพี่สาวของน้องชมพู่บอกว่าช่วงดังกล่าวนั้นพี่สาวได้นอนหลับไปและมาตื่นอีกทีช่วงประมาณ 9.00 นซึ่งก็ตามหาตัวน้องชมพู่ไม่เจอแล้วหลังจากนั้นเมื่อเห็นว่าน้องไม่อยู่ในบ้านพี่สาวก็ได้พยายามออกตามหาและแจ้งพ่อแม่ให้ช่วยกันออกตามหาแต่นัดตั้งแต่วันที่ 11 จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบน้องชมพู่เลย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

ออกมาเรียกร้องให้วัดและพระช่วยประชาชน

คุณพระ อดีตสมาชิกวุฒิสภานายเจิมศักดิ์  ปิ่นทอง ออกมาเรียกร้องให้วัดและพระช่วยประชาชนในช่วงโควิด-19 ระบาด 

         เมื่อวันที่ 20 เดือนเมษายนปีพ.ศ 2563    ได้มีอดีตสมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่งได้ออกมาเรียกร้องให้วัดและพระสงฆ์ได้นำเงินวัดออกมาบริจาคเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยมองว่าก่อนหน้านี้พี่จะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางไปทำบุญที่วัดและมีการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือทำนุบำรุงรักษาวัดและศาสนาเป็นจำนวนมากมีวัดใหญ่ๆวัดที่ได้รับเงินบริจาคไปหลายสิบล้านบาท

ก็มีดังนั้นอดีตสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งจึงได้ออกมาเรียกร้องให้พระสงฆ์และวัดวาอารามต่างๆที่มีเงินสะสมอยู่ในวัดนำเงินดังกล่าวครึ่งนึงออกมาบริจาคเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเจอวิกฤตโควิด-19แบบนี้โดยอดีตสมาชิกวุฒิสภาคนดังกล่าว  ชื่อว่านายเจิมศักดิ์  ปิ่นทอง  

ซึ่งเขาได้ออกมาเรียกร้องอยากจะให้พระสงฆ์นำเงินออมส่วนตัวมาช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้โดยเขามองว่าประชาชนก็เคยนำเงินส่วนตัวบริจาคให้พระสงฆ์เช่นเดียวกันเมื่อถึงยามคับขันที่ประชาชนเดือดร้อนพระสงฆ์ก็ควรจะช่วยเหลือประชาชนที่เคยบริจาคเงินให้กับตนเองด้วย ในเมื่อคราวนี้มีการเผยแพร่ออกไป   ก็ได้มีคนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับแนวความคิดของอดีตสมาชิกวุฒิสภาคนนี้กันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะพระมหาไพรวัลย์ซึ่งเป็นพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงมากอันดับต้นๆของประเทศไทยได้ออกมาพูดถึงแนวความคิดของนายเจิมศักดิ์  ปิ่นทอง  

การที่นายเจิมศักดิ์มีแนวความคิดอยากจะให้พระช่วยเหลือประชาชนนั้นตัวนายเจิมศักดิ์เองได้มีการช่วยเหลือประชาชนมากน้อยแค่ไหนแล้ว  และที่สำคัญนายเจิมศักดิ์ควรจะมองข่าวสารบ้านเมืองด้วยว่าพระทุกวัดตอนนี้ก็ช่วยเหลือประชาชนกันเป็นอย่างมากโดยจะเห็นได้ว่าจะมีข่าวออกมาว่าพระมีการตั้งโรงทานบริจาคอาหารให้คนมารับอาหารไปแจกฟรี  ซึ่งไม่ใช่แค่วันเดียวเท่านั้นที่ทำแบบนี้มีหลายวัดมากที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่มีการวิกฤตจากปัญหาไวรัสโควิด-19นี้แต่ในทางกลับกันพระมหาไพรวัลย์ก็ถามกลับไปที่อดีตสมาชิกวุฒิสภานายเจิมศักดิ์ว่าวัดได้มีการช่วยเหลือประชาชนแล้ว

แล้วโยมได้ช่วยเหลือประชาชนบ้างแล้วหรือยังเคยหันไปพูดคุยกับสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นเพื่อนร่วมอาชีพร่วมอุดมการณ์ของตนเองหรือไม่ว่าประชาชนได้เลือกพวกคุณมาเป็นผู้นำเพื่อคอยช่วยเหลือประชาชนในยามตกทุกข์ได้ยากพวกคุณได้เสียสละเงินเดือนของตนเองเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนกันบ้างหรือยังมีใครหรือยังที่เป็นพวกสว.  หรือสส. ที่ออกมาประกาศว่าจะสละเงินเดือนของตนเอง

แม้สักครึ่งหนึ่งก็ยังดีเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงเวลาที่กำลังวิกฤตแบบนี้อย่าลืมว่าเวลาที่ชาวบ้านทำบุญนั้นพระได้เงินซองทำบุญจากชาวบ้านแค่เพียงหลักพันบาทเท่านั้นแต่ในขณะที่พวกคุณเป็นผู้แทนราษฎรที่ชาวบ้านเลือกเข้าไปทำงานแทนนั้นคุณได้เงินเดือนเป็นหลักแสนดังนั้นจะคิดจะพูดอะไรควรพิจารณาให้ดีเสียก่อน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  SaGaming สมัครขั้นต่ำเท่าไหร่

ฉุนลูกโสโครก คว้ามีดแทง

พ่อเลี้ยงอารมณ์ร้อน ไม่พอใจลูกเลี้ยงเข้าห้องน้ำไม่กดชักโครก เอามีแทงลูกเลี้ยงบาดเจ็บ

           เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีนเมื่อมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขาได้มีการออกมาระบุถึงอาการบาดเจ็บสาหัสของเขาที่เกิดขึ้นว่าผู้ที่ทำร้ายเขานั่นก็คือพ่อเลี้ยงของเขานั่นเองซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการทำร้ายกันในครอบครัวโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผลต่อความรู้สึกของสถาบันครอบครัวเป็นอย่างมากโดยผู้บาดเจ็บวัย 36 ปีได้เล่าให้กับทางผู้สื่อข่าวฟังว่าตนเองมีพ่อเลี้ยงวัย 65 ปี

ซึ่งวันที่เกิดเหตุนั้นเกิดการทะเลาะกันเกิดขึ้นเนื่องจากว่าผู้บาดเจ็บเข้าห้องน้ำแล้วไม่ได้กดชักโครกพ่อเลี้ยงมาเห็นก็เกิดความไม่พอใจและมีการทะเลาะกันหลังจากที่มีการโต้เถียงกันไปมาปรากฏว่านอกจากจะไม่พอใจเรื่องที่ลูกเลี้ยงไม่กดชักโครกแล้วพ่อเลี้ยงยังลามไปด่าถึงภรรยาของตนเองซึ่งเป็นแม่ของลูกเลี้ยงโดยดูถูกภรรยาของตนเองต่างๆนานาเกี่ยวกับเรื่องของการมีชู้ซึ่งพ่อเลี้ยงวัย 65 ปียังกล่าวอีกว่าภรรยาของเขามีผู้ชายมากหน้าหลายตา

และคบชู้มากกว่า 20 คนซึ่งเมื่อลูกเลี้ยงได้ยินดังนั้นว่าพ่อเลี้ยงด่าว่าแม่ของตนเองก็รู้สึกไม่พอใจจึงได้มีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นโดยระหว่างที่มีการทะเลาะกันอยู่นั้นพ่อเลี้ยงของเขาไว้ 65 ปีก็วิ่งไปคว้ามีดซึ่งอยู่ในครัวแล้วแทงเข้าไปที่ลูกเลี้ยงทันทีโชคดีมากที่ใกล้ๆมือของลูกเองนั้นมีกาต้มน้ำวางอยู่เขาจึงได้เอามาต้มน้ำออกแต่ก็ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ดีซึ่งเขาได้ถูกมีดบาดที่บริเวณหูด้านขวามีแผลลึกยาวประมาณ 15 เซนติเมตร

และหลังจากที่มีเหตุทำร้ายร่างกายกันจบลงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถตามจับกุมตัวพ่อเลี้ยงวัย 65 ปีเอาไว้ได้เรียบร้อยแล้วซึ่งภรรยาของเขาเองซึ่งเป็นแม่ของชายวัย 36 ปีได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองนั้นอยู่กินกับสามีคนนี้มานาน 10 กว่าปีแล้วแต่ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาสามีของเธอก็ระแวงเธอมาตลอดไม่เคยไว้ใจเธอเลยคิดว่าเธอจะต้องแอบไปมีคนอื่นอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งทำให้จริงแล้วเธอไม่เคยมีใครและครั้งนี้เขาทำตัวแรงเกินไปที่ทำร้ายลูกของเธอจนได้รับบาดเจ็บ

         เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวนี้มีทั่วประเทศโดยเฉพาะยิ่งประเทศที่ผู้ชายคิดว่าตนเองเป็นใหญ่มากจะทำร้ายร่างกายทั้งลูกแล้วก็ภรรยาของตนเองซึ่งสำหรับประเทศไทยแล้วตอนนี้เรามีกฎหมายใหม่ออกมาเกี่ยวกับเรื่องของการทำร้ายร่างกายกันในครอบครัวโดยไม่สามารถทำได้หากมีความรุนแรงเกิดขึ้น

ไม่ว่าสามีจะทำการตบตีภรรยาหรือแม้แต่ภรรยาตบตีสามีหรือแม้แต่พ่อแม่ที่ตีลูกรุ่นแรงเกินกว่าเหตุเกินไปก็จะมีกฎหมายรองรับสามารถที่จะดำเนินคดีความเอาผิดได้

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์