ข่าวสาร ข้อมูล สื่อต่างๆ ที่ข้อเกี่ยวกับกีฬาทุกชนิด

Tag: ข่าวกีฬา

ท็อป 10 แข้งแอฟริกาที่เคยค้าแข้งให้เชลซี

หลังจากที่ เชลซี บรรลุข้อตกลงในการเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ ฮาคิม ซิเยค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราเลยขอทำตามกระแสด้วยการย้อนไปถึง 10 ยอดนักเตะที่เคยค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยมีดังต่อไปนี้

  1. จอร์จ เวอาห์

อดีตดาวเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์นั้นผ่านจุดพีคของตัวเองไปแล้วในขณะที่เขากลายเป็นผู้เล่นของเชลซีในปี 2000 แต่เขาแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของเขาในทันทีด้วยการยิงประตูได้ตั้งแต่นัดเดบิวต์ที่เฉือนเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 1-0 โดยสถิติ 3 ประตูจาก 15 นัดบ่งบอกได้ว่าทำไมเข้าถึงเข้าป้ายมาเป็นลำดับ 10

  1. เซเลสติน บาบายาโร่

บาบายาโร่ อาจอยู่ในอันดับที่สูงกว่านี้หากว่าเขาสามารถทำผลงานได้ตามศักยภาพของตัวเอง แต่เขาต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในยุคที่ต้องแข่งขันแบ็คซ้ายกับ แกรม เลอ โซซ์ แต่เขาก็ได้เล่นมากกว่า 100 นัดและเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ได้แชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ และ ซูเปอร์ คัพ ในปี 1998 และ เอฟเอ คัพ ในปี 2000

  1. ซามูเอล เอโต้

มูรินโญ่ ชื่นชอบ เอโต้ อย่างมาก และเขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจเมื่อยิงได้ 12 ประตูจากการลงสนาม 35 เกมในระหว่างที่ ‘เดอะ สเปเชี่ยล วัน’ คุมทีม เขายิงประตูสำคัญ ๆ ได้ทั้งการเจอกับ อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เช่นเดียวกับแฮตทริกที่เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 

  1. วิคเตอร์ โมเซส

โมเซส ดูเหมือนจะอนาคตกับ เชลซี ไปแล้ว หลังจากถูกส่งตัวไปเล่นให้กับทั้ง ลิเวอร์พูล, สโต๊ค ซิตี้ และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่เมื่อ อันโต คอนเต้ ตัดสินใจเปลี่ยนตำแหน่งเขาให้เป็นวิงแบ็คฝั่งขวา ดาวเตะทีมชาติไนจีเรียสามารถแจ้งเกิดได้สำเร็จจนก้าวไปเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก

  1. เฌเรมี่

เฌเรมี่ เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมทีม เขาสามารถเล่นได้เกือบทุกตำแหน่งไล่ตั้งแต่แบ็คขวายันปีกซ้าย อดีตผู้เล่นของ เรอัล มาดริด เป็นส่วนหนึ่งสำหรับทีมของมูรินโญ่ที่กำลังเฟื้องฟูในปี 2004-2006

  1. มาร์ค สเตน

ด้วยรูปร่างกะทัดรัด กองหน้าชาวแอฟริกาใต้ทำสถิติในพรีเมียร์ลีกให้กับเชลซีด้วยการทำประตูติดต่อกัน 7 เกมระหว่างซีซั่น 1993-94 เขามีความสำคัญในทีมเดอะบลูส์ที่รอดพ้นจากการตกชั้นในปีนั้น และต่อมาก้าวไปถึงรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ในรอบ 24 ปี 

  1. ซาโลมง กาลู

กองหน้าชาวไอวอรี่โควต์คงแฮปปี้ได้รออยู่ข้างสนามรอโอกาสต่อจากยอดดาวยิงอย่าง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา และ เฟร์นานโด ตอร์เรส แต่เขามักจะทุ่มเทเสมอ ผลงาน 60 ประตูจาก 200 นัด เป็นผลงานที่น่าประทับใจและ กาลู มีสถิติยิงจุดโทษที่ยอดเยี่ยมจนเราได้เห็นเขาอยู่ในการดวลจุดโทษทุกครั้ง

  1. จอห์น โอบี มิเกล

สไตล์การเล่นที่ไม่ซ้ำใครของเขาและสถิติการทำประตูได้เพียง 6 ลูกท่านั้นจากการลงสนามมากกว่า 370 นัด แต่เขาเข้ามาทดแทนการขาดหายไปของ โคล้ด มาเกเลเล่ ได้อย่างยอดเยี่ยมและเขาก็ได้มอบผลงานระดับมาสเตอร์พีซในเกมที่พบกับ บาเยิร์น มิวนิค ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อปี 2012

  1. มิคาเอล เอสเซียง

‘เดอะ ไบซัน’ เป็นหัวใจที่สำคัญสำหรับฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเชลซี เขาเป็นนักเตะชื่นชอบของมูรินโญ่ที่ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์แบบพ่อ-ลูก อาการบาดเจ็บหัวเข่าทำให้เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งอีกครั้ง แต่กว่า 250 นัดกับทีมทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ

  1. ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา 

ดร็อกบา คือหนึ่งในตำนานของเชลซีจากผลงานกว่า 100 ประตูในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะผลงานอันน่าจดจำกับ บาเยิร์น ในปี 2012 นั่นยังไม่ได้พูดถึงประตูที่เขาทำได้ในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ปี 2007, 2009, 2010 และ 2012 อีกด้วยนะ เขาย้ายกลับมาเล่นให้สโมสรแล้วคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยที่ 4 ได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

4  นักเตะชื่อดังกำลังรุ่งแต่ต้องดับกลางคันเพราะอาการบาดเจ็บ 

วันนี้ขอนำทุกท่านพบกับ  4 อันดับนักฟุตบอลที่อดีตเคยสร้างชื่อเสียงไว้โด่งดัง แต่ปัจจุบันใกล้จะพังแล้ว  ซึ่งจะมีใครกันบ้างนั้น จะมีนักเตะที่คุณชื่นชอบหรือเปล่า เชิญติดตามรับชมพร้อม ๆกันเลยครับ  

  1. มาริโอ เกิตเซ่

อันดับแรกนี้ถือเป็นหนึ่งในนักเตะในดวงใจของแฟนบอลหลายล้านคน  ซึ่งมาริโอ เกิตเซ่เองก็เคยมีช่วงเวลาที่พีคสุด ๆกับทีมสังกัดมาแล้วมากมาย  โดยเฉพาะกับการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก World Cup เมื่อปี 2014   

และแม้จะฝีเท้าดี แค่ไหน แต่อย่างไรเขาก็ยังไปได้ไม่สุด เพราะปัญหาใหญ่ของเกิตเซ่ คือ อาการบาดเจ็บที่ตามรบกวนอย่างหนักหน่วง  ประกอบกับตอนที่ย้ายไปเล่นให้บาเยิร์น มิวนิค ก็ไม่ได้เล่นตำแหน่งกองกลางตัวรุกอย่างที่ตัวเองถนัด ตอนเมื่อกลับต้นสังกัดเดิมที่ดอทมุนท์ ก็ยังคงเป็นเช่นเดิมอีกต่างหาก หนำซ้ำฟอร์มการเล่นก็ดรอปลง หากเป็นแบบนี้ต่อไปอาจต้องยอมปิดฉากการค้าแข้งลงก็เป็นได้   

 

  1. ดาเนียล  สเตอร์ริดจ์

ดาเนียล สเตอร์ริจ นักเตะกองหน้ากับท่าเต้นสุดกวนอันเป็นเอกลักษณ์  ในสมัยที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสรลิเวอร์พูล เพียงแค่นัดแรกที่ลงสู่สนามก็สามารถปราชัยคู่แข่ง ด้วยการจบสกอร์ไปได้อย่างเด็ดขาด แถมเป็นกำลังหลักของทีม คอยแอสซิสต์ และเป็นจอมสังหารที่สามารถพาลิเวอร์พูลไปอยู่บนสุดของตารางอันดับได้แบบสบาย ๆ   

แต่พอช่วงปลาย ๆฤดูกาลที่ 2 ร่างกายของเขาไม่อาจปฏิเสธกับอาการบาดเจ็บที่เกิดกับตัวเองแทบจะทุกนัดได้เลย ซึ่งจากที่เคยทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้ประตู  ก็ต้องมาพักฟื้นแบบที่เรียกได้ว่า ไม่มีกำหนดการอยู่อย่างนั้นมาเรื่อย ๆ จนมาบวกกับตอนที่ซาล่าได้มาเสริมทีมด้วยแล้ว เขาก็คงทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับความจริงจากการตัดสินใจของ  เจอร์เก้น คล็อปป์ 

 

  1. แจ็ค วิลเชียร์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เส้นทางอาชีพวิลเชียร์สมัยที่อยู่กับปืนใหญ่แรก ๆ ทักษะของเขาสามารถความฮือฮาให้กับแฟนบอลได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการเป็นนักเตะที่น้อยที่สุดของประวัติศาสตร์สโมสรอาร์เซน่อล 

แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมาโชคร้าย จากการพักฟื้นรักษาตัวข้อเท้าทั้งซ้ายและขวา ที่ไม่มีทีท่าว่าจะหายสักที  พอหายดีก็มีปัญหาที่ส่วนอื่นตามมาอีก ไม่ว่าจะ หัวเข่า หรือ กล้ามเนื้อ แจ็ควิลเชียร์ แน่นอนครับ เจ็บหนักขนาดนี้ จึงทำให้ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่น จนหลังจากหมดสัญญากับอาร์เซนอล แจ็ก วิลเชียร์ ต้องมากลับกลายเป็นนักเตะค่าตัวฟรีให้กับทีมเล็ก ๆอย่างสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปโดยปริยาย 

  1. อเล็กซานเดร ปาโต้

ต้องยอมรับตลอดช่วงเวลาที่นักเตะแซมบ้ารายนี้อายุราว ๆ  18 – 24 ปี เขาสามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่ประจักษ์ทั้งในสโมสร และทีมชาติ พร้อมทั้งเป็นที่หมายตาของหลาย ๆสโมสรยักษ์ใหญ่  

แต่ก็ต้องเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับแฟนบอลและเจ้าตัว  อเล็กซานเดร ปาโต้ ถูกอาการบาดเจ็บรังควานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เขาแทบไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมเลยในฤดูกาล 2011 – 2012  คราวที่ได้ลงก็ไม่สามารถช่วยโชว์ฟอร์มโหดได้เหมือนเก่า นานวันเข้าก็ยิ่งเริ่มถดถอย สุดท้ายแฟนบอลหมดศรัทธา สุปาโต้ก็ได้อำลาทีมแจ้งเกิดไปในที่สุด  

 

สนับสนนโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

รอนนี โอซุลลิแวน นักสนุกเกอร์ที่กดเซนจูรีเบรกครบ พันครั้ง คนแรกของโลก

ถ้าหากคุณชื่นชอบกีฬาสนุกเกอร์มากๆ หรือคุณคือผู้ที่ชอบเล่นกีฬาประเภทนี้เป็นชีวิตจิตใจ

        คุณคงรู้จักคำว่าเซนจูรีเบรก นั้นคือการทำคะแนนได้มากกว่าหนึ่งร้อยคะแนนในการเล่นไม้เดียว นั้นเรียกได้ว่ายากมากๆ ถึงกระนั้นถ้าคุณเล่นบ่อยๆหรือเป็นเซียนโต๊ะสนุกแล้ว ก็อาจจะเกิดขึ้นได้บ้างถ้าคุณพยายามจะทำมัน แต่ว่าการที่จะทำเซนจูรีเบรกในการแข่งขันได้ถึงหนึ่งพันครั้งในหนึ่งช่วงชีวิตหนึ่ง คุณคงคิดออกว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลย และตั้งแต่มีกีฬาประเภทนี้มาเพิ่งมีชายคนเดียวที่สามารถทำได้ในการแข่งขัน เขาคือ รอนนี ซุลลิแวน เขาเป็นนักกีฬาสนุกเกอร์ชาวไอริชมือวางอันดับ 1 ของโลกนั้นเอง

        เขาเพิ่งจะทำได้เมื่อไม่นานนี้เอง ในศึก เพลย์เยอร์ส แชมเปียนชิพ Players Championship เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ เขาได้มีโอกาสที่จะทำได้ในเกมนี้ และแล้วเขาก็ทำได้ในเกมสุดท้าย เขาเอาชนะคู่แข่ง นีล โรเบิร์ตสัน ไปได้อย่างขาดรอยที่ 10-4 เฟรม เขาได้จาลึกประวัติศาสตร์ผู้แรกของโลกในอาชีพนี้ที่ทำ เซนจูรีเบรก ได้ครบ หนึ่งพันครั้ง เป็นที่ฮือฮาในวงการกีฬาสนุกเกอร์อย่างมาก

        ในช็อตสำคัญตอนที่กำลังทำเซนจูรีเบรก รอนนี่ ได้โชว์เหนือสลับมือขวามาใช้มือซ้ายอีกซะด้วย ช่างเป็นอะไรที่เหนือคาดจริงๆ ในสนามแข่งระงบไปด้วยเสียงปรบมือจากผู้เข้าชมและแฟนๆของเขา สำหรับ รอนนี โอซูลลิแวน เป็นนักกีฬาสนุกเกอร์ที่สร้างชื่อเสียงด้วยการเล่นดที่ดุดันมาก และรวดเร็วมากๆ และเขาก็ยังเล่นได้ทั้งสองมือ เปรียบเสมือน โรนัลโด้ ในวงการฟุตบอลเลยทีเดียว

รายการนี้ทำให้ รอนนี่กลายเป็นแชมป์ครั้งที่ 35 ทั้งที หลังจากนั้นอีก 20 วัน

        เขาก็ได้เดินหน้าคว้าแชมป์ โครัล ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 ( Coral Tour Championship 2019 ) เป็นครั้งที่ 16 เท่าๆกับ สตีเฟน เฮนดรี้ แล้วเขาก็ได้ขึ้นสู่อันดับหนึ่งของโลกทั้งที ซึ่งในตอนนี้ มีผู้ที่ทำเซนจูรีเบรกตามหลัง รอนนี โอซุลลิแวน อันดับสองเป็นของ สตีเฟน เฮนดรี 775ครั้ง อันดับสาม คือ จอห์นฮิกกินส์

กีฬาฟุตบอลกับการเป็นเจ้าบ้าน

ทำไมมีใครหลายๆคน ชอบพูดว่าถ้าได้มีการแข่งขันฟุตบอลแล้วทำไมเจ้าบ้านที่ต้อนรับถึงได้เปรียบผู้มาเยือนถิ่น

ใครเป็นคอกีฬาประเภททีมอย่างเช่น ฟุตบอล คงจะพอคุ้นเคยกับความเชื่อที่ว่า เจ้าบ้านมักได้เปรียบ หรือก็คือเจ้าบ้านมีโอกาสชนะมากกว่าคู่แข่ง เหตุผลที่ทำให้ได้เปรียบมีการอ้างไปหลายหลาก นอนที่บ้านกินที่บ้านย่อมสบายกว่าคู่แข่ง คุ้นเคยกับสนามมากกว่า หรือเตหุผลที่นิยมใช้ที่สุดคือมีกองเชียร์คอยให้กำลังใจมากกว่า

เรื่องเจ้าบ้านเป็นต่อไม่ได้มีเฉพาะกีฬาอย่างฟุตบอล มันแผ่ไปเกือบทุกกีฬาโดยเฉพาะกีฬาประเภททีม บาสเกตบอล อเมริกันฟุตบอล วอลเลย์ ตะกร้อ แต่ความเชื่อแบบนี้ถูกต้องแค่ไหน มีใครสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ เราจะมาลองพูดถึงเรื่องนี้กัน

ในปี 2012 นักเศรษฐศาสตร์กีฬาสองท่านคือ Tobias Moskowitz และ Jon Wertheim ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ “Scorecasting , The hidden influence behind how sports are played and games are won” ซึ่งเป็นผลงานที่ทั้งคู่ทุ่มเทศึกษา

โดยจะเน้นศึกษากีฬาประเภทที่มีการจัดการแข่งขันแบบ league หรือการจัดการแข่งขันแบบที่ทุกทีมจะต้องเจอกันหมดทั้งแบบเหย้า(เจ้าของสนาม)และเยือน(ไม่ใช่เจ้าของสนาม) เพื่อหาคำตอบว่าเจ้าบ้านได้เปรียบจริงหรือเปล่า และอะไรกันแน่ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดผลแบบนั้น ผลการศึกษาทางด้านสถิติของทั้งคู่ทำให้เราพูดได้เต็มปากแล้วว่า “เจ้าบ้านได้เปรียบ”

“เวลานักกีฬาเล่นที่บ้านของตนเอง ตามสถิติแล้วพวกเขาไม่ได้เล่นดีมากกว่านอกบ้าน พวกเขาไม่ได้ตีลูกเบสบอล หรือเตะส่งบอลได้ดีกว่า กองเชียร์ก็ไม่ค่อยมีผลต่อนักกีฬาเจ้าบ้านหรือไปก่อกวนนักกีฬาผู้มาเยือนมากนัก”

แล้วอะไรกันแน่ที่ทำให้เจ้าบ้านชนะมากกว่า? คำตอบสั้นๆ “กรรมการ” Moscowitz และ Wertheim พบว่า กรรมการค่อนข้างที่จะเอาใจเจ้าบ้าน อาจจะเป็นการบอก Strike รอบที่สามในเบสบอล หรือ การให้ลูกโทษในกีฬาฟุตบอล และเหตุผลที่กีฬาฟุตบอลมีสถิติเจ้าบ้านเป็นฝ่ายชนะมากกว่าในกีฬาอื่นถึง 10% ก็เพราะว่ากีฬาฟุตบอลเป็นเพียงกีฬาเดียวที่กรรมการแทบจะสามารถควบคุมผลแพ้ชนะได้ด้วยการเป่านกหวีดลูกโทษ

ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าเราควรจะเชียร์ทีมรักแบบไหนดี

สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ สามารถมาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้อีกครั้งในฤดูกาล 2013-2014

ซึ่งในขณะนั้นมี มานูเอล เปเยกรินี่ ผู้จัดการทีมชาวชิลี คุมทีมอยู่ และนักฟุตบอลคนสำคัญของทีมก็หนีไม่พ้น เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ศูนย์หน้าชาวอาร์เจนตินา ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ในฤดูกาล 2015-2016 สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

สามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรอีกด้วย ยุคทองจริงๆ ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ คือยุคที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมชาวสเปน เป็นคนคุมทีม ในฤดูกาล 2017-2018 สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จ ด้วยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษ

จากการทำคะแนนได้ถึง 100 คะแนนในหนึ่งฤดูกาล

โดยนัดที่ทำให้ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ได้ 100 คะแนนนั้น คือนัดที่บุกไปเฉือน สโมสรเซาแธมป์ตัน ที่สนามเซนต์แมรี่ส์ สเตเดียม 1-0) นอกจากนี้สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ยังทำประตูทีมคู่แข่งได้ถึง 106 ประตู ทำลายสถิติเดิม 103 ประตู ที่สโมสรเชลซี ทำไว้ ในฤดูกาล 2009-2010 อีกหนึ่งสถิติที่ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ทำได้ในฤดูกาล 2017-2018 คือ การเก็บชัยชนะรวมทั้งหมด 32 นัดในหนึ่งฤดูกาล ลบสถิติเดิมที่ สโมสรเชลซี ทำไว้ 30 นัด ในฤดูกาล 2016-2017

นอกจากนี้ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ยังทำสถิติเก็บชัยชนะได้ 18 นัดติดต่อกัน มากกว่าสถิติเดิม 13 นัดติดต่อกัน ที่ สโมสรเชลซี ทำไว้ในฤดูกาล 2016-2017 สถิติสุดท้ายที่ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ทำได้คือ การเก็บชัยชนะในเกมส์เยือนได้มากที่สุด 16 นัด จากสถิติเดิมคือ 15 นัด

ซึ่งเจ้าของสถิติเดิมก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ สโมสรเชลซี เจ้าเดิม ที่ทำไว้ในฤดูกาล 2004-2005 ในฤดูกาล 2017-2018 นี้ นอกจาก สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ จะสามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ได้สำเร็จแล้ว ก็ยังสามารถคว้าแชมป์การแข่งขันฟุตบอล อีเอฟแอลคัพ ได้อีกด้วย

โดยในนัดชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ กับ สโมสรอาร์เซน่อล ซึ่งในนัดนั้น สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ เอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-0 ที่ สนามกีฬาเวมบลีย์

นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก

จัดทีมนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก


ผู้รักษาประตู เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ทีม เชลซี มูลค่า 71 ล้านปอนด์
เกป้าคือโกล์ดารรุ่งที่มาจากเยาวชนของ แอตเลติก บิลเบา
เขาย้ายมาเชลซีในฤดูกาล 2018 โดยทำผลงานกับทีม บิลเบา 54 นัด คลีนชีต 26 นัด
และเสียประตูแค่ 40 ประตู โดยเกป้าถูกซื้อตัวเข้ามาแทน ติโม กูตัวส์ ที่ย้ายไปร่วมทีม
รีลมาดริด

 

 

แบ็คขวา ไคลน์ ว็อคเกอร์ ของทีม แมนเชสเตอร์ซิตี้ มูลค่า 50 ล้านปอนด์
ว็อคเกอร์ย้ายมาจากทีมคู่ปรับในลอนดอนอย่างทีม สเปอร์ส โดย
ว็อคเกอร์สามารถยึดตัวจริงของทีมได้ยาวนาน
และเป็นแบ็คขวาอันดับหนึ่งของทีมชาติ อังกฤษ ในปัจจุบัน จุดเด่นของ ว็อคเกอร์ คือ
การเล่นเกมส์รุกและรับที่ยอดเยี่ยม มีสปีด และความแข็งแกร่ง
มีอาวุธับคือลูกครอสจากริมเส้นด้านข้าง

 

 

แบ็คซ้าย ลูคัส เฮอนานเดส ของทีม บาเยิร์น มิวนิค ราคา 70 ล้านปอนด์
แฝดผู้พี่นามเฮอนานเดสเพิ่งย้ายมาร่วมทีม บาเยริ์นในฤดูกาลในนี้แทน แมตท์
ฮุมเมิ่ลที่ย้ายกลับไปทีมเก่าอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
โดยเฮอนานเดสสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้
และเป็นกำลังหลักของทีมในเวลานี้ เขาเล่นได้ทั้งเซนเตอร์แบ็คและแบ็คซ้าย
เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของทีม แอตเลติโก มาดริด
และเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติฝรั่งเศสในปี 2018

 


เซนเตอร์แบ็ค เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ด ของทีมชาติ เนเธอร์แลน สโมสร ลิเวอร์พลู มูลค่า
75 ล้านปอนด์ เขาคือนักเตะยอดเยี่ยมปีล่าสุดจากการโหวต ในฤดูกาลที่แล้ว
ลิเวอร์พลูทุ่มเงินซื้อตัวเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงสุด
และเขาเป็นกำลังหลักสำคัญที่ช่วยให้ ลิเวอร์พลู ได้รองแชมป์ลีค และเป็น
แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีคฤดูกาลล่าสุด การเข้ามาของเขาทำให้ทีม
ลิเวอร์พลูแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจุดเด่นของเขาคือ ลูกกลางอากาศ สปีด
ความแข็งแกร่ง และ การอ่านเกมส์ที่ยอดเยี่ยม

 

 

เซนเตอร์แบ็ค แฮร์รี่ แม็คไกวน์ ทีมชาติ อังกฤษ สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
มูลค่า 85 ล้านปอนด์ ซึ่งทำลายสถิติของ ฟาน ไดจ์ด ลงได้ แมนยู
ต้องการแก้ปัญหาเกมส์รับที่หละหลวมอย่างเห็นได้ชัด
การเข้ามาของเขาน่าจะทำให้ทีมปีศาจแดงแข็งแกร่งขึ้น
จุดเด่นของเขาคือการอ่านเกมส์ และการเล่นลูกกลางอากาศ

ข่าวกีฬาที่มาแรงที่สุดตอนนี้

 

ซีเกมส์ 2019 ครั้งที่ 30 ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ

เป็นการกลับมาอีกของมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี และรวบรวมรายการการแข่งขั้นถึง 540 รายการจากทั้งหมด 59 ชนิดกีฬาโดยมีชาติที่รวมเข้าแข่งขันด้วยกันทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศติมอร์-เลสเต ประเทศเวียดนามประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศกำพูชา ประเทศบรูไน และเจ้าภาพอย่างประเทศฟิลิปปินส์

โดยจะขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ และจะมีพิธีปิดในวันที่ 11 ธันวาคม 2019 รวบรวมกองทัพนักกีฬาจากทุกประเทศรวมๆกันแล้วถึง 9,840 คนและในครั้งนี้ประเทศไทยของเราได้ส่งกองทัพนักกีฬาเข้าไปชิงชัยในประเภทกีฬาต่างๆถึง 56 ชนิดกีฬาจากทั้งหมด 59 ชนิดกีฬา

นักกีฬารวมกันทั้งสิ้น 1,048 คน มีเพียงกีฬา 3 ชนิดเท่านั้นที่ประเทศของเราไม่ได้ส่งนั้นก็คือ อาร์นิส (ศิลปะการต่อสู้ฟิลิปปินส์),ฮอกกี้ใต้น้ำ(อันเดอร์วอเตอร์ฮอกกี้), วิ่งผ่านอุปสรรค(ออปสตาเคิล สปอร์ต )

เราทุกคนร่วมกันส่งกำลังไปให้เหล่ากองทัพนักกีฬาคว้าชัยชนะเพื่อเป็นเจ้าแห่งเหรียญทองซีเกมส์ได้อีกครั้งประเทศไทยของเราได้เข้าร่วมกีฬาซีเกมส์ทุกครั้งที่จัดขึ้น ตั้งแต่ยังเป็นกีฬาแหลมทองที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2502 จนกระทั่งมาเปลี่ยนเป็นกีฬาซีเกมส์ในปี พ.ศ.2520 และประเทศไทยยังคงความเป็นเจ้าเหรียญทองมากที่สุดในภูมิภาคนี้จากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ถึง 13 ครั้งนับว่าถือเป็นความสำเร็จของวงการกีฬาในประเทศของเราเป็นอย่างมาก

 

แต่อย่างไรก็ดียังมีข่าวแว่วๆว่าเกิดความไม่พร้อมในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้อยู่โดยการที่ทางประเทศฟิลิปปินส์ได้ลดงบในการจัดการแข่งขันขันในครั้งนี้เพราะงบประมาณในการจัดการนั้นไม่เพียงพอและอาจจะเปลี่ยนประเทศเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันอีกด้วย ว่าจะเป็นประเทศอินโดนีเซีย หรือเป็นประเทศไทยดี

แต่ด้วยระยะเวลาที่กะทันหันจึงไม่สามารถเปลี่ยนได้เพราะไม่เช่นนั้นประเทศที่เป็นไม้ต่อในการจัดการแข่งขันต่อจากประเทศฟิลิปปินส์ต้องเกิดปัญหาตามในภายหลังอย่างแน่นอน

เนื่องจากระยะเวลาในการเตรียมตัวมีน้อย การจะจัดการแข่งขันให้ดีนั้นคงเป็นไปได้อย่างยากลำบากแต่ในที่สุดแล้วฟิลิปปินส์ก็ยังคงรับเป็นเจ้าภาพต่อไป เราก็ต้องมาลุ้นกันว่าในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในครั้งนี้จะมีปัญหาใดๆให้เราได้ติดตามกันมากน้อยเพียงใดเราก็ได้แต่หวังว่าให้การจัดการแข่งขันในครั้งนี้เป็นไปได้อย่างราบรื่น เพื่อรวมความเป็นหนึ่งเดียวกันในภูมิภาคนี้การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

หลังจากนี้เราสามารถร่วมลุ้นและส่งกำลังใจไปให้กองกองทัพนักฬาไทยได้ทุกช่องทาง